เก็บเงินผู้ใช้แก๊สโซฮอล์อุ้มดีเซล ลดความเหลื่อมล้ำอยู่ตรงไหน

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
27 พ.ย. 2564 เวลา 1:20 น. 1.2k

บทบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ

ยังไม่ได้ข้อยุติกับการแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซลแพง ที่บรรดากลุ่มรถบรรทุกสิบล้อ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 25 บาทต่อลิตร แม้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วให้เหลือ 7% หรือดีเซลบี 7 เพียงเกรดเดียว และขอให้ผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันดีเซลบี 7 ลดเหลือ 28 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป
 

ในขณะที่บรรดารถบรรทุกสิบล้อ เห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวยังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยในวันที่ 15 ธันวาคม 2564 จะเคลื่อนไหวเพื่ออีกครั้ง เพื่อทวงคำตอบจากรัฐบาล ว่าจะดำเนินการลดราคาดีเซลลงมาที่ 25 บาทต่อลิตรได้หรือไม่ โดยมีข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตที่เก็บอยู่ 5.99 บาทต่อลิตร ลงมา รวมถึงการลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลหรือบี 100 จาก 7% ให้ลงมาเหลือ 3-4% เท่านั้น หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะหยุดเดินรถเพิ่ม จากปัจจุบันหยุดวิ่งขนส่งสินค้าไปแล้ว 20% หรือกว่า 1 แสนคัน และต้องปรับค่าขนส่งขึ้นอีก 10% ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าขยับขึ้นตามมา

ส่วนรัฐบาลเอง ยังยืนยันว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลได้ เพราะเป็นรายได้หลักที่ต้องนำไปบำรุงประเทศ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก น้ำมันดิบดูไบยังทรงตัวอยู่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 ต่อลิตร โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบริหาร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเป็นทางออกดีที่สุด
 

อย่างไรก็ตาม มีคำถามจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินหรือแก๊โซฮอล์ 91 และ แก๊สโซฮอล์ 95 ที่รัฐบาลเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ดังกล่าวเข้าไปอยู่ในกองทุนน้ำมันฯในอัตราลิตรละ 62 สตางค์ต่อลิตร เพื่อไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์หรือไม่ 

อีกทั้ง เวลานี้รัฐบาลยังปล่อยให้ผู้ค้าน้ำมันโขกค่าการตลาดน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ซึ่งปัจจุบันมียอดใช้ 5.64 ล้านลิตรต่อวัน สูงถึง 4.08 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 มียอดใช้ 6.81 ล้านลิตรต่อวัน มีค่าการตลาดที่ 2.26 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 มียอดใช้ 14.54 ล้านลิตรต่อวัน มีค่าการตลาดที่ 2.10 บาทต่อลิตร ในขณะที่รัฐบาลไปกดค่าการตลาดน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 1.40 บาทต่อลิตร ยิ่งเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เกิดมากขึ้น เพราะกลุ่มผู้ใช้น้ำมันแก๊โซฮอล์ ไม่ได้รับการเหลียวแล
 

ที่สำคัญการไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท มียอดใช้รวมๆอยู่วันละ 61 ล้านลิตร เป็นในส่วนของน้ำมันดีเซลบี 20 ที่ใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ราว 1 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซลบี 10 ราว 22 ล้านลิตรต่อวัน และดีเซลบี 7 ราว 35 ล้านลิตรต่อวัน 
 

จึงมีคำถามตามมาว่า ตรึงน้ำมันดีเซล โดยใช้เงินจากผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เข้าไปอุดหนุน ได้สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่า ปัจจุบันบรรดารถยนต์หรู ค่ายยุโรป ล้วนใช้น้ำมันดีเซลเป็นส่วนใหญ่ การตรึงราคาน้ำมันดีเซล จึงเท่ากับว่าเป็นการช่วยคนรวยอีกทางหนึ่งใช่หรือไม่ 
 

ดังนั้น การแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง อยากฝากไปถึงรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาให้ตรงจุด สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้น้ำมันให้เกิดขึ้น หรือจะปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นในสังคมเช่นนี้ต่อไป