เลิกระบบเส้นสาย “วัคซีนโควิด” ต้องถึงมือชาวบ้าน

04 ส.ค. 2564 เวลา 5:40 น.2.2k

คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม

***สถานการณ์โควิด-19 ในไทยยังเป็นช่วงขาขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงลิ่วจากระดับ 1.4-1.5 หมื่นคนต่อวัน ไปอยู่ที่ 1.7-1.8 หมื่นคนต่อวัน รัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศบค.) ประกาศขยายเวลา “ล็อกดาวน์” รอบละ14  วัน ก่อนมาประเมินกัน แต่สถานการณ์แบบนี้น่าจะ  2 รอบ ไปสิ้นสุดเอาสิ้นเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว และยังขยายพื้นที่สีแดงเข้มจาก 13 จังหวัดเป็น 29 จังหวัด ที่เชื้อแพร่ขยายตัวออกไปแล้ว และจำนวนผู้ป่วยและยอดติดเชื้อหนักขึ้นๆ ในทุกวัน 
 

*** ศบค.ต้องกำชับและลงไปกำกับรายละเอียดของการทำงานในต่างจังหวัด ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน กรณีที่ผู้ป่วยกลับจากกทม.ไปต่างจังหวัด ถ้ามีเชื้อที่ผ่านการตรวจโดย ATK ชุดตรวจ ราพิดเทสต์ ซึ่งผลติดเชื้อ แต่ก็ต้องรอตรวจ RT-PCR เพื่อยืนยัน หรือ กรณีในระหว่างที่ยังไม่มีเตียงพยาบาล ก็ต้องมีศูนย์พักคอยให้เขา และในระหว่างนั้นก็ต้องไม่มีการไปปะปนกับญาติ หรือ การพบปะบุคคลอื่น เพราะเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าไปในหมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งจะจัดการยากขึ้น 
 

*** ระหว่างนี้หน่วยงานราชการที่เข้าไปจัดการดูแลศูนย์ ต้องประสานเป็นทีมเดียว รู้ข้อมูลเท่ากันทั้งหมด เพื่อบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน ไม่ให้โรคแพร่กระจาย หรือ ต้องเกิดการสูญเสียระหว่างรอ บางจังหวัดหากผู้ว่าราชการ และ สสจ.มีวิสัยทัศน์ และบริหารเป็น ทำงานร่วมกันได้ ก็ปัญหาน้อยลง แต่บางจังหวัดหากพ่อเมืองไม่เอาอ่าว ก็ส่อจบเห่ ที่แน่ๆ หากการเมืองเข้าแทรก มี VIP VVIP มีฝาก มีเส้น อันนี้ไม่ต้องพูดถึง พังแน่ !และขยายวงลุกลามอย่างหาที่สิ้นสุดไม่เจอกันเลยทีเดียวเชียว เตือนกันไว้ตรงนี้ อย่าริไปเบ่ง ไปอาศัยสีเสื้อ แค่ทะเลาะไม่ประสานกันในกรุงก็คงเพียงพอแล้วกระมัง พ่อเจ้าประคุณ ฯพณฯ ทั่นทั้งหลาย เพลาๆ ลงเสียงบ้างเถิด  
 

*** ระบบเส้นสาย VIP สะท้อนความเหลื่อมล้ำ ต่ำทรามถึงขีดสุดจากสถานการณ์วัคซีนโควิด ก็บ่งชี้ได้ชัด ชาวบ้านที่รอเข็มแรกเหมือนลอยคอกลางทะเลไม่เห็นฝั่ง แต่ก็มีบางจังหวัดที่อาศัยสีเสื้อการเมืองอีกนั่นแหล่ะ ได้บูสเตอร์เข็ม 3 ไปแล้ว ก็เข้าใจว่าวัคซีนที่จัดหามาไม่พอ แต่ที่มีอยู่ก็ต้องจัดสรรให้เป็นธรรมไม่ใช่ใครอวดเบ่ง กล้ามใหญ่ อ้างผู้ใหญ่ได้ก่อน ทั้งที่เสี่ยงน้อยกว่าคนอื่น  
 

*** ความจริงหลักการดี ให้กับกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ สำหรับทั่วไปก่อน ไม่นับรวมด่านหน้า และที่ต้องพบปะเผชิญหน้างานทั้งบุคลากรการแพทย์ เข็นเปล เข็นเตียง กู้ภัย ที่ต้องได้ก่อนอยู่แล้ว และต้องได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพพอสมควร ในการสู้กับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์เร็ว แต่กลับกลายเป็นว่าไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อมีใครที่ไม่ควรได้ไปแย่งชิงโควต้าในส่วนที่ควรเป็นของเขา น่าอนาถจริงๆ สังคมไทย มันเข้าข่ายวิกฤติแล้วมือใครยาวก็สาวได้สาวเอา ทั้งที่ไม่ควรให้เกิด ผู้รับผิดชอบต้องตอบและปฏิบัติ ให้หลักประกันให้ได้ว่าระบบที่ “บิดเบี้ยว” แบบนี้ต้องไม่เกิด ว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตนตรี ว่าอย่างไร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
 

*** นอกจาก “เหลื่อมล้ำ” แล้ว ยังมีการหากินกับความทุกข์จากโควิด เมื่อปรากฏกรณี ศิริลักษณ์ อุบลเหนือ รองผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าไปแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 โดยมิชอบ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนที่มีความประสงค์รับวัคซีน โควิด-19 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ 

*** เกิดความผิดปกติของข้อมูลการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ในช่วงนอกวัน-เวลาทำการของเจ้าหน้าที่ ที่การลงข้อมูลจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมเฉพาะของกรมการแพทย์ ตั้งที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเท่านั้น พบมีการลงข้อมูลจำนวนมากในวันและเวลาเดียวกันทั้งหมด และมีการแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้ใช้ในการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 
 

*** กรณีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ว่าจะได้รับความเท่าเทียมในการรับวัคซีนโควิด-19 ต้องสนับสนุนตร.ให้ลากไส้ขบวนการหากินกับความเป็นความตายของประชาชนในยามนี้มาลงโทษให้ได้
 

*** ผ่อนคลายแบบแปลกๆ โดย ศบค. ผ่อนปรนให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ ดำเนินการได้เฉพาะการสั่งอาหารหรือ เครื่องดื่มผ่านบริการขนส่งอาหาร (Food Delivery Service) ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประสานสมาคมศูนย์การค้าไทย และสมาคมภัตตาคารไทย ทั้ง 3 สมาคม ขอขอบคุณ ศบค. ที่รับฟังข้อคิดเห็นและอนุมัติการผ่อนผัน ต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการกว่า 40,000 ราย และ ครอบคลุมจำนวนแรงงานกว่า 400,000 ราย ทำให้มีรายได้เพื่อพยุงธุรกิจต่อไป โดยทั้ง 3 สมาคมพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนอย่างเคร่งครัดและสูงสุดในส่วนของผู้ประกอบการ 
 

***…ที่บอกว่าแปลกด้วยเหตุ ถ้าคนไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตในห้างนั้นมีร้านอาหาร แต่ไม่สามารถสั่งอาหารเพื่อนำกลับบ้าน ยังต้องสั่งผ่านไรเดอร์ มันก็แปลกๆ และมึนงงกันไปทั้งแถบ ช่วยชี้แจงแถลงไขให้ชัดๆ หน่อยเถิดอย่าให้มันย้อนแย้งกันเองในคำสั่ง

*** ไปที่แวดวงเศรษฐกิจ เวลานี้ยกหูคุยกับใคร หรือ หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงบ่น ล่าสุดนักธุรกิจหลายท่านตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน ถึงกับลั่นวาจาว่าไม่รู้จะถอดใจเมื่อไหร่ คนทำงานบริหาร รับผิดชอบเยอะช่วงนี้มือก็ไกว ดาบก็แกว่ง ไม่รู้จะหมดแรงเมื่อไหร่  ไหนจะเดินแผนผลิต แล้วยังมาบริหารรับมือแบบรายวันกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในโรงงานได้ ครั้งนี้ยอมรับว่า “วิกฤติสุดๆจริงๆ”
 

*** บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เดินหน้ามอบบัตรเติมน้ำมันสนับสนุนจิตอาสาในภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมอบบัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card ให้แก่หน่วยงานจิตอาสาที่ปฏิบัติภารกิจในการรับส่งผู้ป่วยโรคโควิด-19 ช่วยแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รวม 4 หน่วยงาน รวมมูลค่ากว่า 320,000 บาท ใช้ในการรับส่งผู้ป่วยจากโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามไปยังที่พักอาศัยและสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายของจิตอาสาในการส่งอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับชุมชนต่าง ๆ  ไล่ตั้งแต่ เฟสบุ๊คเพจ อีจัน มูลค่า 125,000 บาท , มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีภายใต้ “โครงการ Taxi COVID-19” มูลค่า 25,000 บาท, “โครงการ เราต้องรอด” โดย กลุ่ม Up for Thai  มูลค่า 100,000 บาท , สมาคมเมตตาธรรมทิพยสถาน “เต็กก่า” จีโหงวเกาะ จังหวัดกาฬสินธุ์ มูลค่า 70,000 บาท
 

*** กระทรวงอุตสาหกรรม บอกการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4  ภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) อยู่ที่ระดับ 97.73 เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.58  เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาสที่ 2/64 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 20.41 ครึ่งปีแรก 2564 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9.41 เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการของภาครัฐในแต่ละประเทศ รวมถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในหลายประเทศส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำและยุทโธปกรณ์) ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 45.23  ภาคการส่งออกยังถือเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในช่วงเวลานี้ แต่ต้องระวังติดเชื้อในโรงงาน สายพานการผลิตล่ม 

แท็กที่เกี่ยวข้อง