
ปัญหาสองนิ้ว ของผู้นำโลก
อนุสนธิ์จาก cat out of the box ว่าด้วยปัญหากิริยาการชูสองนิ้วสู้โควิดประกอบการหัวเราะร่วนของท่านผู้นำคณะรัฐมนตรีบ้านเรา ให้คนเขาส่ายหน้าหนี ก็จะขอนำเสนอ“บริบท” วิถีของประดาผู้นำโลกยามที่เขาชูสองนิ้วกัน
ท่านแรกที่เผลอพลาดในช่วงเวลาร่วมสมัย contemporary นี้ก็มีตาพ่อ ฯพณฯ จอร์จ (เฮอร์เบิร์ท วอลคเกอร์) บุช ซีเนียร์ ปธน. สหรัฐคนที่ 41 ผู้เผลอผิดพลาดไป ด้วยการยกสองนิ้วหันหลังใส่กล้อง 55 ต้องแก้ไขความหมายกันจ้าละหวั่น ยามเมื่อแก่ตัวลงแล้วประสพเหตุโรคาภัยเบียดเบียน ผู้คนไปถามว่า เปนอย่างไรบ้างคุณพ่อ? (เรียกตาม ปธน. คุณหนูคนที่ 43 จอร์จ บุช จูเนียร์ผู้ลูกชาย) ท่านอดีตประธานาธิบดี ซึ่งมีอดีตเปนผอ. ซีไอเอ ด้วย ก็ชูสองนิ้วหันหน้าให้กล้อง ส่งนิยามความหมาย “สบายดี/ยังไหว/ใจสู้”
อดีตผู้นำปาเลสไตน์ ที่หลายคนไม่เข้าใจว่าได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพได้อย่างไรก็จะไม่ขอกล่าวถึงวีรกรรมในอดีตที่ท่านทำไว้ในที่นี้ แต่จะเล่าเพียงว่า ยัสเซอร์ อาราฟัด ยามไปไหนมาไหนในโลกตะวันตกโพกผ้า และทำสัญญิงสัญญาเจรจาอะไรในชุดเครื่องแบบตัดเองแล้วไซร้ ใช้ท่าสองนิ้วสำแดงส่งว่าตัวเองเจรจา (หรืออีกนัยหนึ่งคือขู่เข็ญ) ได้สำเร็จแน่ๆ โดยบอกแก่ชาวปาเลสไตน์พวกของตัว แม้ยามเดินทางมาเซ็นสัญญาสันติภาพกับยิดซัค ราบินอิสราเอล ที่มีสหรัฐเปนโต้โผเจ้ากี้เจ้าการให้โลกสงบในฐานะตำรวจโลก ต่อหน้าคลินตัน ประธานาธิบดี, อาราฟัตก็ส่งท่าทีบอกทางบ้านว่า “เราชนะ” 55
แม้จะมีการอ้างภายหลังว่าสองนิ้วนี่ไม่ใช่ วิคตอรี่มันหมายถึงสันติภาพ_peace ตะหาก แต่เรื่องใจถึงใจ มันไม่ต้องใช้อักษร ใครๆก็แปลได้ ป่านฉะนี้สัญญาณสันติภาพรูปตัววี คงมีอิทธิฤทธิ์หนุนส่งให้ได้รางวัลโนเบลร่วมกันกับราบิล กระมัง ในฟากโลกคอมมิวนิสต์ จีนแผ่นดินใหญ่เคยมีประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน ผู้อยู่ในชุดสูทกางเกงเอวสูงและแว่นตาพลาสติกกรอบหนา สุขุม ทรงพลังและนิ่งจัด ไปไหนมาไหนในโลก พูดน้อย แต่พูดแล้วมีน้ำหนัก ภาษาอังกฤษและสำเนียงอยู่ในระดับดีเยี่ยม (แต่สงวนปากสงวนคำจะพูด) ยามเมื่อฮ่องกงคืนเกาะกลับสู่แผ่นดินใหญ่ ตัดสินใจตั้งนายต่ง เจี้ยน หวา ชาวเซี่ยงไฮ้ขึ้นแท่นเปนผู้ว่าการ ประดานักข่าวสาวๆพากันจิกกัดฟัดคำถามท่านประธานาธิบดีก็เหลืออดลุกขึ้นจากที่นั่งออกมาเทศนาสวนกลับเหล่านักข่าว ด้วยคำคมชนิดว่า คำถามของพวกเธอนั่น มันช่าง ‘ตื้น’ ซะเหลือเกิน โดยสามารถเเยก “บริบท” การสวนและตอแยกับนักข่าวได้ว่า เปนเรื่องระหว่าง ตัวเองกับนักข่าว ไม่ใช่เรื่องการแถลงสาส์นของตัวเองผ่านนักข่าวให้ “สื่อ” ออกไปถึงเหล่าประชาชน
ถามว่า ประธานาธิบดีเจียงผู้สุขุมเคยพลาดบ้างไหม เรื่องภาษากาย colloquism ก็ตอบได้ว่าเคยพลาด แต่เปนการพลาดชนิดว่าเด๋อด๋า ไม่ได้เปนปัญหาการสื่อความสื่อสารแต่อย่างใด คราวเมื่อเยือนสเปญสมเด็จพระราชาธิบดี ฮวน ฆาลอสเสด็จออกรับ และจะต้องฉายรูปประวัติศาสตร์ฉากหลังเปนอาร์มปักลายราชสำนักสเปญ ท่านปธน. เจียง ก็เกรงว่ารูปออกมาจะไม่สวยสม ควักหวีโบราณเหน็บกระเป๋าไว้ออกมาแต่งทรงผมให้เรียบแปร้ ยังความงุนงงแต่สมเด็จพระราชาธิบดีผู้มีพระเกศาสลวยปนยุ่งด้วยจรรยาราชสำนักห้ามมิให้ผู้ดีใดๆหวีเผ้าหวีผมต่อหน้าสาธารณชน!
ในขณะที่ต่ง เจี้ยน หวา ผู้รับหน้าที่เปนผู้ว่าการเกาะฮ่องกงใหม่หมาด ต้องเผชิญกับคลื่นใต้น้ำ อันเซินเฉิงฟาง (ท่านผู้หญิง) ผู้นิยมสหราชอาณาจักร มานั่งค้ำระวางอยู่เปนเบอร์สอง ในคณะผู้บริหาร ยามเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไปไหวไหม? ในอันจะให้ฮ่องกงเปนหนึ่งประเทศแนบแน่นกับจีน ผู้ว่าต่งก็ต้องว่า ชูสองนิ้ว ประกอบกิริยา
ย้อนกลับมาในยุคสหภาพโซเวียตล่มสลาย ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ก้าวเข้ามารับธงต่อจากกอบาชอฟ ในเวลานั้นวลาดิมีร์ ปูติน ยังรุ่นๆอยู่ เยลต์ซิน ไปเมืองยุฟฟ่า ที่เคยเข้ามาเปนขอบขัณฑสีมาของสหภาพ นักเรียนนักศึกษา กำลังชุมนุมเรียกร้อง เยลต์ซิน โบกมือขวาทักทายก่อน จากนั้นกำมือชูกำปั้นเม้มปาก แล้วจึงส่งสัญญาณ สองนิ้ว_ชัยชนะให้ผู้ชุมนุม หนักแน่นเปนขั้นเปนตอน ไม่เหลาะแหละ
ในขณะที่ประธานาธิบดีนิกสัน แพ้ภัยตนเองในวิกฤตการณ์ประตูน้ำ_water gate ยามจะจากไปทำเนียบขาวด้วยรัฐสภาเขาขับไล่ ก็ใช้สองนิ้วเหมือนกันชูสุดทั้งสองแขน ด้วยสภาพการณ์เช่นนั้นใครๆเขาก็ดูออกหรอกน่าว่า_ปลอบใจตัวเอง แตกต่างกันมากกับคาร์เตอร์ และ เรแกนผู้ครองตำแหน่งในเวลาต่อมา
ภาพสุดท้ายนี้ขออนุสรณ์คำนึงถึง โรเจอร์ สโตน จิ้งจอกการเมือง นิ้วก้อยขวาลึกลับของนิกสันแต่ยามเยาว์ (ใช้มือขวาจะใหญ่โตไป_ขอบอก) มาบัดนี้โดนคดีเข้าคราวไปช่วยหาเสียงทุรยศให้โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกันตัวออกจากศาลมา ก็หมดท่าราศี ขาเข้าใส่สูทหนาหนักปกแหลม ยามนี้ออกมาเหลือแต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แต่ยังมิวายปลอบใจตัวเอง ด้วยสองนิ้วสุดแขนสองมือ_เหมือนนิกสันบรรพชนไม่มีผิด
นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 หน้า 17 ฉบับที่ 3,693 วันที่ 4 - 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564






