thansettakij
thansettakij
ส่งออกอาหารญี่ปุ่นบุกตลาดโลก ไทยติดอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

ส่งออกอาหารญี่ปุ่นบุกตลาดโลก ไทยติดอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

31 ต.ค. 69 | 10:05 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ต.ค. 69 | 10:09 น.

ญี่ปุ่นเดินหน้าโครงการสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าอาหาร 10,000 ราย ตั้งเป้าขยายมูลค่าส่งออกแตะ 5 ล้านล้านเยนในปี 2030 หลังปี 2025 ส่งออกแล้ว 1.7 ล้านล้านเยน ขณะที่ไทยเป็นตลาดอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

KEY

POINTS

  • ญี่ปุ่นเดินหน้าขยายตลาดส่งออกสินค้าอาหารทั่วโลกผ่านโครงการสนับสนุนผู้ส่งออก 10,000 ราย โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าส่งออกเป็น 5 ล้านล้านเยนภายในปี 2030
  • ประเทศไทยเป็นตลาดส่งออกอาหารที่สำคัญของญี่ปุ่น โดยอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกในปี 2025 สูงถึง 73,500 ล้านเยน (7.35 หมื่นล้านเย

ญี่ปุ่นเดินหน้าขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ ประมง และอาหาร ผ่านโครงการ “The Program to Support 10,000 Food Exporters from Japan” หรือโครงการสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าอาหารจากญี่ปุ่น 10,000 ราย ซึ่งกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) ร่วมกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่สามารถส่งออกสินค้าได้ และขยายตลาดสินค้าอาหารญี่ปุ่นไปยังประเทศต่าง ๆ มากขึ้น

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ ประมง และอาหารของญี่ปุ่นให้เติบโตเร็วขึ้น โดยในปี 2025 ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวรวม 1.7 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 12.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลสถิติการค้าของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ถึง 5 ล้านล้านเยนภายในปี 2030 พร้อมกระจายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ไม่จำกัดอยู่เพียงตลาดหลักไม่กี่แห่ง

ส่งออกอาหารญี่ปุ่นบุกตลาดโลก ไทยติดอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

ชู 3 แนวทางเพิ่มผู้ส่งออก ขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้า

แผนสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าอาหารญี่ปุ่นประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสร้างความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศ การเพิ่มจำนวนบริษัทที่สามารถส่งออกได้ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ

ในด้านการสร้างความต้องการสินค้า ญี่ปุ่นเตรียมขยายเครือข่ายสำนักงานและบุคลากรในต่างประเทศผ่านองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เพื่อสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อในท้องถิ่น รวมถึงสนับสนุนโครงการสาธิตเทคโนโลยีอาหารในต่างประเทศ เช่น โรงงานผลิตพืชและระบบห่วงโซ่ความเย็น ตลอดจนส่งเสริมสินค้าอาหารญี่ปุ่นผ่านผู้มีอิทธิพลบนสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าว

ส่วนการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออก จะใช้เครือข่ายสำนักงานและมาตรการสนับสนุนของ METI และ MAFF เพื่อขยายฐานผู้ประกอบการที่สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมเพิ่มช่องทางสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ และผลักดันให้เกิดการซื้อสินค้าญี่ปุ่นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางการส่งออกเพิ่มเติม

ขณะที่แนวทางเพิ่มมูลค่าสินค้า จะเน้นการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารทะเลในรูปวัตถุดิบ พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและอาหารทะเลให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ

ตัวอย่างผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการของญี่ปุ่น ได้แก่ Maneki Foods ในจังหวัดเฮียวโงะ ซึ่งนำเทคโนโลยีรักษาความสดมาใช้ผลิตอาหารกล่องแช่แข็งให้เก็บรักษาได้นานขึ้น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์แช่แข็งเฉพาะทางเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ก่อนขยายตลาดไปยังยุโรปและเอเชีย

อีกตัวอย่างคือ Hokuriku Seika ในจังหวัดอิชิกาวะ ซึ่งใช้บริการสนับสนุนด้านการชอปปิงออนไลน์ของ JETRO เพื่อประชาสัมพันธ์ขนมของบริษัท โดยปัจจุบันส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชีย และอยู่ระหว่างขยายตลาดไปยังยุโรปและตะวันออกกลาง

ส่งออกอาหารญี่ปุ่นบุกตลาดโลก ไทยติดอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

ไทยตลาดส่งออกอันดับ 7 มูลค่า 7.35 หมื่นล้านเยน

สำหรับประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของสินค้าอาหารญี่ปุ่น โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ซึ่งอ้างอิงสถิติการค้าของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ระบุว่า ในปี 2025 ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ ประมง และอาหารมายังไทย มูลค่า 73,500 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 17.1% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 7 ของญี่ปุ่นทั่วโลก

ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2026 ญี่ปุ่นส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวมายังไทยแล้ว 40,900 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 36,700 ล้านเยน โดยไทยยังคงอยู่ในอันดับ 7 ของตลาดส่งออกทั่วโลก

สินค้าสำคัญที่ญี่ปุ่นส่งออกมายังไทย ได้แก่ ปลาซาร์ดีน หอยเชลล์ ปลาโอและปลาทูน่า เนื้อวัว ปลาแมคเคอเรล และชาเขียว สะท้อนความหลากหลายของสินค้าอาหารญี่ปุ่นในตลาดไทย ทั้งกลุ่มอาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนผู้ส่งออกสินค้าอาหาร 10,000 ราย ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการต่างประเทศ โดยเอกสารโครงการระบุถึงการทำงานร่วมกับธุรกิจไทย ทั้งผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ร้านอาหาร และผู้บริโภค เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับสินค้าอาหารและต่อยอดความเชื่อมโยงผ่านนวัตกรรมด้านอาหาร

การขยายตลาดสินค้าอาหารญี่ปุ่นนอกจากจะมีแผนเพิ่มมูลค่าการส่งออกแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าถึงตลาดต่างประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในตลาดเป้าหมาย โดยไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญต่อทิศทางการส่งออกสินค้าอาหารของญี่ปุ่นในระยะต่อไป