
ทรัมป์สั่งลดซ้อมรบสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ จับตารื้อสัมพันธ์ ‘คิม จองอึน’ รอบใหม่
จับตาทรัมป์ลดซ้อมรบเกาหลีใต้ อ้างสิ้นเปลือง-ส่งสัญญาณเป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนือ หวังเปิดทางคุยคิม จองอึน สะเทือนเกมความมั่นคงเอเชีย
KEY
POINTS
- โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ทรัมป์ให้เหตุผลว่าการซ้อมรบสิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ
- การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตส่วนตัวกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยชี้ว่าการซ้อมรบดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสิ้นเปลืองงบประมาณเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและแสดงออกถึงความเป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนือ
โดยทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอาทิตย์ (16 ส.ค. 69) ว่า จากความสัมพันธ์ที่ดีมากกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ตนรู้สึกไม่พอใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าสหรัฐฯ ได้ตกลงเข้าร่วมการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้มาเป็นเวลานาน
การซ้อมรบเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีค่าใช้จ่ายสูง โดยที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้รับภาระ แต่ยังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและแสดงออกถึงความเป็นศัตรูต่อประเทศที่ไม่เคยคุกคามและให้ความเคารพมาโดยตลอด ตราบใดที่ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ลดขนาดซ้อมรบเกาหลีใต้
ดังนั้น และจากข้อเท็จจริงที่ว่าสายเกินกว่าจะยกเลิกแล้ว จึงได้สั่งการให้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลดขนาดการซ้อมรบร่วมลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ระบุถึงการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการดำเนินการเพื่อขจัดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากการซ้อมรบประจำปีภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ในสัปดาห์นี้ ซึ่งทางเกาหลีเหนือได้ออกมาประณามมาโดยตลอดว่าเป็นฝึกซ้อมเพื่อเตรียมทำสงคราม
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของทรัมป์ที่มีการสั่งลดขนาดการซ้อมรบทางทหารกับเกาหลีใต้ ส่วนในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยแรกนั้น เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เคยระงับหรือลดขนาดการซ้อมรบร่วมมาแล้ว ซึ่งทรัมป์ในขณะนั้นได้วิจารณ์การซ้อมรบว่า เป็นการยั่วยุ ไม่เหมาะสม และสิ้นเปลืองงบประมาณ
การโพสต์ข้อความดังกล่าวของทรัมป์ได้ตอกย้ำถึงกระแสคาดการณ์ที่ว่า ต้องการจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตส่วนตัวกับคิม จองอึน ขึ้นมาใหม่ โดยในเดือนมิ.ย.ปีนี้ ทรัมป์เพิ่งโพสต์ภาพการพบกันครั้งแรกของผู้นำทั้งสองที่สิงคโปร์เมื่อปี 2561 บน Truth Social
ทรัมป์เคยพบปะกับคิม จองอึน ทั้งหมด 3 ครั้งในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยแรก โดยการพบปะครั้งแรกเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ในเดือนมิ.ย. 2561 ครั้งที่สองเกิดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามในเดือนก.พ. 2562 และจากนั้นได้พบกันเป็นครั้งที่สามที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลี ในเดือนมิ.ย. 2562







