thansettakij
thansettakij
อิหร่านโจมตีเรือไทยในฮอร์มุซ สหรัฐฯ โต้กลับคืนที่ 7 วิกฤตตะวันออกกลางระอุ

อิหร่านโจมตีเรือไทยในฮอร์มุซ สหรัฐฯ โต้กลับคืนที่ 7 วิกฤตตะวันออกกลางระอุ

18 ก.ค. 69 | 01:22 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ค. 69 | 01:29 น.

ระทึก เรือติดธงไทยถูกโจมตีกลางช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านอ้างเมินคำเตือน ขณะที่สหรัฐฯ เดินหน้าถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7 ทำราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด หวั่นสงครามขยายตัวกระทบความมั่นคงพลังงานโลก

KEY

POINTS

  • กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ติดธงไทยในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือน
  • สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7 เพื่อตอบโต้และพยายามทำลายขีดความสามารถทางทหาร
  • อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มเป้าหมายในประเทศพันธมิตร เช่น โรงผลิตน้ำจืดในคูเวตและฐานทัพในภูมิภาค
  • วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซเกือบเป็นอัมพาต และทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์การค้าโลกกลายเป็นสมรภูมิรบเต็มรูปแบบ ล่าสุดปฏิบัติการทางทหารได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย เมื่อเรือพาณิชย์ติดธงไทยถูกกองกำลังอิหร่านเข้าโจมตี ท่ามกลางปฏิบัติการทางอากาศอย่างหนักหน่วงของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาถึงคืนที่ 7 เพื่อพยายามทำลายขีดความสามารถทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเพื่อทวงคืนเสรีภาพในการเดินเรือ

กองกำลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือติดธงไทย อ้างละเมิดคำเตือน

รายงานจากสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ระบุว่า กองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ได้ทำการโจมตีเรือลำหนึ่งที่ชักธงไทย ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดยฝ่ายอิหร่านอ้างว่าเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนและพยายามแล่นผ่านพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ "ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งและถูกปิดโดยสมบูรณ์" เพื่อตอบโต้สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นการก้าวร้าวจากฝ่ายสหรัฐฯ นอกจากนี้ อิหร่านยังมีการใช้โดรนและขีปนาวุธสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกหลายลำที่มีสหรัฐฯ ให้การคุ้มกันในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

สหรัฐฯ ยกระดับถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่อเป้าหมายในอิหร่านเป็นคืนที่ 7 ติดต่อกัน โดยปฏิบัติการในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงรอบเมืองท่าบันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas) มีรายงานว่าสะพานอย่างน้อย 6 แห่ง ในจังหวัดฮอร์โมซกันถูกถล่มจนได้รับความเสียหาย รวมถึงสถานีรถไฟและสนามบินในพื้นที่

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ทำลายหอสังเกตการณ์ที่ท่าเรือชาบาฮาร์ (Chabahar) ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดที่ IRGC ใช้ในการติดตามและโจมตีเรือสินค้าในน่านน้ำ รายงานระบุว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 38 ถึง 46 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 400 ราย

อิหร่านตอบโต้หนัก ถล่มโรงผลิตน้ำจืดคูเวตและฐานทัพพันธมิตร

เพื่อเป็นการล้างแค้นต่อการโจมตีของสหรัฐฯ กองกำลังอิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่เป้าหมายในประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค โดยเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือโรงผลิตไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำจืดในประเทศคูเวต ซึ่งถูกโจมตีจนเกิดไฟไหม้และสร้างความเสียหายต่อหน่วยผลิตพลังงาน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการอุปโภคบริโภค

เนื่องจากคูเวตต้องพึ่งพาน้ำจืดจากการกลั่นน้ำทะเลถึง 90% นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน กาตาร์ และจอร์แดน โดยที่กาตาร์มีรายงานว่าเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นได้ร่วงหล่นลงมาทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

น้ำมันโลกพุ่ง-การขนส่งอัมพาต ทั่วโลกหวั่นสงครามยืดเยื้อ

วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเคยเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซถึง 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้ทั่วโลก ได้กลายเป็นอัมพาตเกือบสมบูรณ์ ปริมาณเรือที่แล่นผ่านช่องแคบลดลงเหลือเพียงประมาณ 8 ลำต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะยานขึ้นเกิน 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังคงยืนยันต่อประชาชนว่าปฏิบัติการครั้งนี้กำลังดำเนินไปด้วยดีและจะเห็นผลลัพธ์ในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าหากอิหร่านยังคงใช้มาตรการรุนแรง และอาจลามไปถึงการสั่งให้กลุ่มฮูตีในเยเมนปิดเส้นทางในทะเลแดงเพิ่มเติม ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกอาจต้องเผชิญกับภาวะช็อกครั้งใหญ่