thansettakij
thansettakij
มะกันช็อก ซาอุฯ เบรกใช้ฐานทัพ สัญญาณหักเหเกมภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

มะกันช็อก ซาอุฯ เบรกใช้ฐานทัพ สัญญาณหักเหเกมภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

02 ก.ค. 69 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 07:19 น.

ซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพในบางปฏิบัติการทางทหาร ท่ามกลางแรงตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขยับเกมภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่อาจกระทบสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

KEY

POINTS

  • ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าในปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้
  • การตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "อิสระเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Autonomy) เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และสร้างสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอื่น เช่น จีนและรัสเซีย
  • ท่าทีของซาอุฯ ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ

รายงานจากสื่อระหว่างประเทศหลายสำนักเปิดเผยตรงกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ หลังกรุงริยาดปฏิเสธการให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางทหารในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งโยงโดยตรงกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล และอิหร่าน

ซาอุฯ เบรกใช้ฐานทัพสหรัฐ

รายงานจาก The Wall Street Journal และ Financial Times ระบุว่า ล่าสุดซาอุดีอาระเบียแสดงท่าทีไม่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารบางส่วนของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้ฐานทัพและน่านฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกอิหร่านตอบโต้โดยตรง

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความระมัดระวังเชิงยุทธศาสตร์ ของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่ต้องการลดการพัวพันโดยตรงกับสงครามตัวแทนในภูมิภาค แม้จะยังคงรักษาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ

ทรัมป์–MBS ตึงเครียดจากสมดุลใหม่

รายงานจาก The Guardian ชี้ว่า การหารือระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมกุฎราชกุมารซาอุฯ มีความตึงเครียด หลังสหรัฐผลักดันปฏิบัติการทางทหารในเส้นทางยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ แต่ซาอุฯ กังวลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจยกระดับความขัดแย้งทั้งภูมิภาค

แม้มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีช่องทางสื่อสาร แต่ท่าทีของซาอุฯ ถูกมองว่าเป็น “สัญญาณความเป็นอิสระทางนโยบายต่างประเทศ” มากขึ้น

อิหร่าน–อิสราเอล–สหรัฐ: สามเหลี่ยมความตึงเครียด

นักวิเคราะห์ระบุว่า จุดยืนของซาอุดีอาระเบียมีผลโดยตรงต่อสมดุลความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการคานอำนาจระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน

รายงานจาก Reuters–WSJ analysis ระบุว่า การที่ซาอุฯ ปฏิเสธการสนับสนุนเชิงทหารในบางปฏิบัติการ ทำให้สหรัฐต้องประเมินใหม่ต่อยุทธศาสตร์ “การใช้พันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย” ในการกดดันอิหร่าน ขณะเดียวกันอิหร่านอาจใช้ช่องว่างนี้ในการขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์

ซาอุฯ เดินเกม “อิสระเชิงยุทธศาสตร์”

แหล่งข่าวความมั่นคงตะวันออกกลางประเมินว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเดินหน้าแนวทาง “Strategic Autonomy” หรือการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงโดยตรง เพื่อรักษาสมดุลทั้งกับจีน รัสเซีย และอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างริยาด–เตหะรานในช่วงก่อนหน้า ซึ่งทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเข้าสู่สมการใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น

ผลกระทบต่อดุลอำนาจโลก

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากความร้าวลึกระหว่างสหรัฐฯ–ซาอุฯ ขยายตัว อาจส่งผลต่อความร่วมมือในหลายด้าน ได้แก่

  • ด้านพลังงานและน้ำมันโลก
  • ความมั่นคงเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
  • การจัดวางฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง
  • และความสามารถในการกดดันอิหร่านในระยะยาว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกเริ่มจับตาว่าความเป็นพันธมิตรแบบเดิม ของสหรัฐกับซาอุฯ อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง