
มะกันช็อก ซาอุฯ เบรกใช้ฐานทัพ สัญญาณหักเหเกมภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
ซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพในบางปฏิบัติการทางทหาร ท่ามกลางแรงตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขยับเกมภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่อาจกระทบสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน
KEY
POINTS
- ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าในปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้
- การตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "อิสระเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Autonomy) เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และสร้างสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอื่น เช่น จีนและรัสเซีย
- ท่าทีของซาอุฯ ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ
รายงานจากสื่อระหว่างประเทศหลายสำนักเปิดเผยตรงกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ หลังกรุงริยาดปฏิเสธการให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางทหารในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งโยงโดยตรงกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล และอิหร่าน
ซาอุฯ เบรกใช้ฐานทัพสหรัฐ
รายงานจาก The Wall Street Journal และ Financial Times ระบุว่า ล่าสุดซาอุดีอาระเบียแสดงท่าทีไม่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารบางส่วนของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้ฐานทัพและน่านฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกอิหร่านตอบโต้โดยตรง
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความระมัดระวังเชิงยุทธศาสตร์ ของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่ต้องการลดการพัวพันโดยตรงกับสงครามตัวแทนในภูมิภาค แม้จะยังคงรักษาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ
ทรัมป์–MBS ตึงเครียดจากสมดุลใหม่
รายงานจาก The Guardian ชี้ว่า การหารือระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมกุฎราชกุมารซาอุฯ มีความตึงเครียด หลังสหรัฐผลักดันปฏิบัติการทางทหารในเส้นทางยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ แต่ซาอุฯ กังวลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจยกระดับความขัดแย้งทั้งภูมิภาค
แม้มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีช่องทางสื่อสาร แต่ท่าทีของซาอุฯ ถูกมองว่าเป็น “สัญญาณความเป็นอิสระทางนโยบายต่างประเทศ” มากขึ้น
อิหร่าน–อิสราเอล–สหรัฐ: สามเหลี่ยมความตึงเครียด
นักวิเคราะห์ระบุว่า จุดยืนของซาอุดีอาระเบียมีผลโดยตรงต่อสมดุลความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการคานอำนาจระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน
รายงานจาก Reuters–WSJ analysis ระบุว่า การที่ซาอุฯ ปฏิเสธการสนับสนุนเชิงทหารในบางปฏิบัติการ ทำให้สหรัฐต้องประเมินใหม่ต่อยุทธศาสตร์ “การใช้พันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย” ในการกดดันอิหร่าน ขณะเดียวกันอิหร่านอาจใช้ช่องว่างนี้ในการขยายอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์
ซาอุฯ เดินเกม “อิสระเชิงยุทธศาสตร์”
แหล่งข่าวความมั่นคงตะวันออกกลางประเมินว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเดินหน้าแนวทาง “Strategic Autonomy” หรือการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงโดยตรง เพื่อรักษาสมดุลทั้งกับจีน รัสเซีย และอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างริยาด–เตหะรานในช่วงก่อนหน้า ซึ่งทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเข้าสู่สมการใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น
ผลกระทบต่อดุลอำนาจโลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากความร้าวลึกระหว่างสหรัฐฯ–ซาอุฯ ขยายตัว อาจส่งผลต่อความร่วมมือในหลายด้าน ได้แก่
- ด้านพลังงานและน้ำมันโลก
- ความมั่นคงเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
- การจัดวางฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง
- และความสามารถในการกดดันอิหร่านในระยะยาว
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกเริ่มจับตาว่าความเป็นพันธมิตรแบบเดิม ของสหรัฐกับซาอุฯ อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง







