thansettakij
thansettakij
‘แคลิฟอร์เนีย’ นำร่องคลอดคำสั่งบริหารรับมือวิกฤต AI แย่งงาน

‘แคลิฟอร์เนีย’ นำร่องคลอดคำสั่งบริหารรับมือวิกฤต AI แย่งงาน

23 พ.ค. 69 | 11:40 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 69 | 11:59 น.

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามคำสั่งบริหารฉบับแรกของสหรัฐอเมริกา ระดมสมองนักเศรษฐศาสตร์และยักษ์เทคโนโลยี วางพิมพ์เขียวรับมือคลื่นสึนามิ AI พ่นพิษตลาดแรงงาน พร้อมอัดมาตรการเข้มงวด ทั้งจ่ายชดเชยและแจกหุ้นพนักงาน หวังลดเหลื่อมล้ำในโลกยุคใหม่

KEY

POINTS

  • แคลิฟอร์เนียกลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่ออกคำสั่งบริหารเพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคแรงงานและธุรกิจรับมือกับวิกฤต AI แย่งงาน
  • มาตรการมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมให้แรงงาน เช่น การทบทวนค่าชดเชยรูปแบบใหม่ การจัดทำคู่มือยกระดับทักษะ และปรับปรุงระบบประกันการว่างงาน
  • ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่จะถูกเลิกจ้าง และสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ให้ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี AI

นายเกวิน นิวซัม (Gavin Newsom) ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ลงนามในคำสั่งบริหารประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นรัฐแรกของสหรัฐอเมริกา ในการสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเร่งเตรียมความพร้อมแก่ภาคแรงงาน ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) และชุมชน เพื่อรับมือกับภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ (Economic Disruption) ที่เกิดจากการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

คำสั่งดังกล่าวเป็นการระดมความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง หน่วยงานรัฐ, ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน, นักเศรษฐศาสตร์, สถาบันอุดมศึกษา และผู้นำภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อเป้าหมายในการร่วมกันกำหนดนโยบาย ติดตามตัวเลข และตรวจจับระบบ "สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า" ก่อนที่ AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ในวงกว้าง

ผ่ามาตรการเยียวยาแรงงานหลุดระบบ

นโยบายนี้ แคลิฟอร์เนียมุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net) เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานจะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น (Productivity Gains)

โดยมีกลไกสำคัญ อาทิ:

  • มาตรฐานค่าชดเชยรูปแบบใหม่: ทบทวนนโยบายเงินชดเชย รวมถึงการให้ค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้น หรือส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) แก่พนักงาน
  • โมเดลกระจายความมั่งคั่ง: สนับสนุนแนวคิดให้แรงงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัท (Worker Ownership Models) และแนวคิดทุนพื้นฐานถ้วนหน้า (Universal Basic Capital)
  • อัปเกรดระบบประกันว่างงาน: เร่งประชาสัมพันธ์และเพิ่มสิทธิ์การเข้าถึงโปรแกรมเงินช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงในการจ้างงาน
  • AI Playbook: จัดทำคู่มือยกระดับการฝึกอบรมอาชีพ เชื่อมโยงแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเข้าสู่ทักษะใหม่ที่ตลาดต้องการ

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย "แคลิฟอร์เนียไม่เคยนั่งรอให้อนาคตวิ่งเข้าหา และเราจะไม่ทำเช่นนั้นในตอนนี้... วินาทีนี้บีบให้เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่วิธีการทำงาน วิธีการปกครอง ไปจนถึงวิธีเตรียมคนสู่โลกอนาคต เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์สำหรับทุกคน"  เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวเน้นย้ำ

 

"ผู้หญิง" กลุ่มเสี่ยงสูงสุด – SMEs ต้องรอด

ขณะที่ นางเจนนิเฟอร์ ซีเบล นิวซัม (Jennifer Siebel Newsom) สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงทางสังคม โดยระบุว่า "กลุ่มประชากรผู้หญิง" ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะถูกเลิกจ้างและต้องเผชิญกับปัญหารอยร้าวความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นจากการเติบโตของ AI รัฐจึงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม

‘แคลิฟอร์เนีย’ นำร่องคลอดคำสั่งบริหารรับมือวิกฤต AI แย่งงาน

นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าวยังมุ่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ด้วยการจัดสรรแพ็กเกจความรู้และสิทธิประโยชน์จูงใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสามารถรักษาการจ้างงานเดิมไว้ได้

ปักหมุด "ผู้นำเทคฯ โลก" ควบคู่ความปลอดภัย

ปัจจุบัน แคลิฟอร์เนียคือศูนย์กลางนวัตกรรม AI ของโลก โดยเป็นที่ตั้งของบริษัทเอกชนด้าน AI ชั้นนำระดับท็อป 50 ของโลก ถึง 33 บริษัท การออกคำสั่งบริหารในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการสร้าง "กรอบป้องกันที่สมเหตุสมผล" (Commonsense Guardrails) หลังจากที่ผ่านมาได้คลอดกฎหมายควบคุมอย่างต่อเนื่อง เช่น:

  1. Transparency in Frontier Technology Act: กฎหมายความโปร่งใสเทคโนโลยีขั้นสูงฉบับแรกของประเทศ
  2. AI Watermarking: มาตรการปราบปราม Deepfakes และบังคับติดลายน้ำ AI
  3. Digital Likeness Protection: กฎหมายคุ้มครองภาพลักษณ์ดิจิทัลของนักแสดงและศิลปิน
  4. Civil Rights & Privacy: ยกระดับสิทธิพลเมืองและการรักษาความลับในการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยี AI ของภาครัฐ ซึ่งขยายผลมาจากคำสั่งบริหารเมื่อเดือนมีนาคม 2026

ทั้งนี้ แคลิฟอร์เนียตั้งเป้าว่าภายใน 180 วันข้างหน้า จะต้องมีการส่งมอบรายงานข้อเสนอแนะและอัปเดต พระราชบัญญัติการแจ้งเตือนเพื่อการปรับตัวและการฝึกอบรมแรงงาน (WARN Act) เพื่อให้รัฐสามารถรับรู้ตัวเลขความเสี่ยงของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างทันท่วงทีและรวดเร็วที่สุด