thansettakij
thansettakij
Meta เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่ หลังทุ่มเงินก้อนโตลงทุน AI ทำต้นทุนพุ่ง

Meta เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่ หลังทุ่มเงินก้อนโตลงทุน AI ทำต้นทุนพุ่ง

14 มี.ค. 2569 | 03:53 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มี.ค. 2569 | 04:11 น.

Meta ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดีย เตรียมแผนปรับลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 20% หวังชดเชยงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาล หลังทุ่มงบกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างศูนย์ข้อมูล ขณะที่ ‘มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก’ มั่นใจระบบอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

KEY

POINTS

  • Meta วางแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานมากกว่า 20%
  • สาเหตุหลักเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นจากการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • บริษัทยังคาดการณ์ว่าการนำ AI มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้สามารถลดขนาดองค์กรลงได้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า Meta กำลังวางแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงาน 20% หรือมากกว่านั้น เนื่องจาก Meta ต้องการชดเชยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่มีต้นทุนสูง และเตรียมพร้อมสำหรับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการทำงานโดยใช้ AI ช่วย

แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนสำหรับการลดงบประมาณ และยังไม่มีการสรุปขนาดของการลดงบประมาณอย่างเป็นทางการ

ขณะที่แหล่งข่าวสองราย ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงได้ส่งสัญญาณแผนการดังกล่าวไปยังผู้นำอาวุโสคนอื่น ๆ ในบริษัท Meta แล้ว และบอกให้พวกเขาเริ่มวางแผนลดขนาดองค์กรลง แหล่งข่าวทั้งสองรายขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยรายละเอียดการลดจำนวนพนักงาน

แอนดี้ สโตน โฆษกของ Meta กล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับแผนดังกล่าวว่า "นี่เป็นการรายงานเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับแนวทางเชิงทฤษฎี"

ทั้งนี้ หาก Meta ตัดสินใจลดจำนวนพนักงานลง 20% การเลิกจ้างครั้งนี้จะเป็นการเลิกจ้างครั้งสำคัญที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่การปรับโครงสร้างในช่วงปลายปี 2022 และต้นปี 2023 ซึ่งบริษัทเรียกว่าปีแห่งประสิทธิภาพ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม บริษัทมีพนักงานเกือบ 79,000 คน ตามรายงานล่าสุดที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ขณะเดียวกันบริษัทได้เลิกจ้างพนักงาน 11,000 คนในเดือนพฤศจิกายน 2022 หรือประมาณ 13% ของพนักงานทั้งหมดในขณะนั้น และอีกประมาณสี่เดือนต่อมา บริษัทก็ประกาศว่าจะลดจำนวนพนักงานลงอีก 10,000 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานด้วยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ได้ผลักดันให้บริษัทแข่งขันอย่างแข็งขันมากขึ้นในด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (generative AI)

ทั้งนี้บริษัทได้เสนอค่าตอบแทนมหาศาล ซึ่งบางส่วนมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ตลอดระยะเวลาสี่ปี เพื่อดึงดูดนักวิจัยด้าน AI ชั้นนำมาร่วมทีมปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงชุดใหม่

บริษัทดังกล่าว ระบุว่า มีแผนจะลงทุน 600 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลภายในปี 2028 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Moltbook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่สร้างขึ้นสำหรับเอเจนต์ AI 

นอกจากนี้ Meta ยังใช้เงินอย่างน้อย 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Manus สตาร์ทอัพ AI สัญชาติจีนตามที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้

ซักเกอร์เบิร์กได้กล่าวเป็นนัยถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน โดยกล่าวในเดือนมกราคมว่า เขาเริ่มเห็น "โครงการต่างๆ ที่เคยต้องใช้ทีมงานขนาดใหญ่ ตอนนี้สามารถทำสำเร็จได้โดยบุคคลที่มีความสามารถสูงเพียงคนเดียว"

ขณะที่แผนการของ Meta สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบที่กว้างขึ้นในหมู่บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีในปีนี้ ผู้บริหารชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาล่าสุดของระบบ AI เป็นหนึ่งในเหตุผลสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

อย่างไรก็ดีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Amazon ยืนยันว่าจะลดจำนวนพนักงานลงประมาณ16,000 ตำแหน่งซึ่งคิดเป็นเกือบ 10% ของพนักงานทั้งหมด เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัทฟินเทค Block ก็ลดจำนวนพนักงานลงเกือบครึ่งหนึ่งโดยซีอีโอ Jack Dorsey ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องมือ AI และความสามารถที่เพิ่มขึ้นของมันจะช่วยให้บริษัทต่างๆ ทำงานได้มากขึ้นด้วยทีมงานขนาดเล็ก

ส่วนการลงทุนด้าน AI ที่ Meta วางแผนไว้เกิดขึ้นหลังจากประสบปัญหาหลายอย่างกับโมเดล Llama 4 เมื่อปีที่แล้ว รวมถึงคำวิจารณ์ว่าให้ผลลัพธ์ที่ทำให้เข้าใจผิดในการทดสอบมาตรฐานที่ใช้สำหรับเวอร์ชันแรกๆ บริษัทจึงยกเลิกการวางจำหน่ายโมเดลรุ่นที่ใหญ่ที่สุดที่ชื่อว่า Behemoth ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน

ทีมปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงได้พยายามฟื้นฟูชื่อเสียงของบริษัทในปีนี้ด้วยการสร้างโมเดลใหม่ชื่อ "อะโวคาโด" แต่ประสิทธิภาพของโมเดลนั้นก็ยังต่ำกว่าที่คาดหวังไว้

ที่มา : สำนักข่าวรอยเตอร์
https://www.reuters.com/business/world-at-work/meta-planning-sweeping-layoffs-ai-costs-mount-2026-03-14/