thansettakij
thansettakij
'น้ำมันโลก' วิกฤต สต็อกต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 'ทรัมป์' ขู่ลบอิหร่านพ้นแผนที่

'น้ำมันโลก' วิกฤต สต็อกต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 'ทรัมป์' ขู่ลบอิหร่านพ้นแผนที่

18 พ.ค. 69 | 02:41 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 03:02 น.

IEA ส่งสัญญาณอันตราย 'สต็อกน้ำมันโลก' ดิ่งเหวเร็วสุดในประวัติศาสตร์เซ่น 'ฮอร์มุซ' ปิดตาย ขณะที่ "ทรัมป์" กร้าวขีดเส้นตายเตหะรานเร่งเจรจาก่อนถูกลบพ้นแผนที่ ดันราคาเบรนท์พุ่งรับศึกใหญ่ปลายเดือนนี้

KEY

POINTS

  • ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขู่เตือนอิหร่านอย่างรุนแรงว่าจะต้องเผชิญกับ "ช่วงเวลาที่เลวร้ายมาก" หากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
  • ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นหลังเกิดเหตุโดรนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งชี้ว่าข้อตกลงหยุดยิงกำลังล่มสลาย
  • สหรัฐฯ และอิสราเอลเตรียมความพร้อมทางทหาร ขณะที่การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานเป็นตัวกลางยังคงหยุดชะงักหลังอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกโรงเตือนภัยเศรษฐกิจโลกในรายงานฉบับล่าสุดว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ

ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก. โดย IEA ระบุว่าภาวะการลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำมันสำรองท่ามกลางการหยุดชะงักของอุปทานนี้ อาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากธนาคาร UBS ของสวิตเซอร์แลนด์ คาดการณ์ว่าหากความต้องการใช้น้ำมันยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน สต็อกน้ำมันโลกอาจลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.6 พันล้านบาร์เรลภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกอยู่ในภาวะระอุ

  • โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 1.98% แตะระดับ 111.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวขึ้น 2.43% สู่ระดับ 107.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเดือนนี้

ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเตือนอิหร่านอย่างดุดันผ่าน Truth Social ว่า

"สำหรับอิหร่าน เวลาใกล้หมดลงแล้ว (Clock is Ticking) และพวกเขาควรจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะไม่เหลืออะไรเลย"

ทรัมป์ยังสำทับอีกว่าหากเตหะรานไม่ยอมบรรลุข้อตกลงสันติภาพ จะต้องเผชิญกับ "ช่วงเวลาที่เลวร้ายมาก"

คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีน และเรียกประชุมทีมความมั่นคงระดับสูงทันทีที่สโมสรกอล์ฟในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งรวมถึงรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ และผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ต่อสายตรงหารือกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุด

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พร้อมระเบิด คือเหตุโดรนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ (Barakah) ในอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จนเกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

แม้หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์จะยืนยันว่าระบบความปลอดภัยทางรังสีไม่ได้รับผลกระทบและเครื่องปฏิกรณ์ยังทำงานปกติ แต่เหตุการณ์นี้บวกกับการที่ซาอุดีอาระเบียสกัดโดรนได้อีก 3 ลำ ยิ่งตอกย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน กำลังล่มสลาย

ในด้านยุทธศาสตร์ เพนตากอนกำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อปฏิบัติการทางทหารเป็น "Operation Sledgehammer" หากมีการรบพุ่งอีกครั้ง

โดยแหล่งข่าวเผยว่าการเปลี่ยนชื่อปฏิบัติการจะช่วยให้รัฐบาลทรัมป์สามารถขยายระยะเวลาปฏิบัติการทางทหารได้อีก 60 วันโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส

ขณะที่อิสราเอลยืนยันความพร้อมที่จะกลับมาโจมตีอิหร่านทันทีหากได้รับสัญญาณไฟเขียว โดยระบุว่ามีเป้าหมายสำคัญที่รอการทำลายอยู่

สำหรับการเจรจาสันติภาพที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางยังคงเผชิญภาวะทางตัน. สหรัฐฯ ได้ยื่นเงื่อนไข 5 ข้อ รวมถึงการให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดให้สหรัฐฯ และจำกัดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้เหลือเพียงแห่งเดียว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยสื่อกึ่งทางการของอิหร่านระบุว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ "ไร้เหตุผล" และเป็นเพียง "ขยะ"