
น้ำมันดิ่งกว่า 1% หลัง OPEC+ เพิ่มกำลังผลิตเดือนส.ค. หวั่นอุปทานล้นตลาด
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงกว่า 1% หลัง OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิตเดือนสิงหาคม การส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว รัสเซียและยูเออีเร่งส่งออกน้ำมัน
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันโลกลดลงกว่า 1% หลังจากกลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันในเดือนสิงหาคม
- อุปทานน้ำมันในตลาดเพิ่มขึ้นจากการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ฟื้นตัว รวมถึงการที่รัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เร่งส่งออกน้ำมันดิบ
- การเพิ่มขึ้นของอุปทานสวนทางกับแนวโน้มอุปสงค์โลกที่ยังคงอ่อนแอ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะอุปทานล้นตลาด
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงกว่า 1% หลังกลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มเป้าหมายการผลิตในเดือนสิงหาคม ขณะที่การส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาฟื้นตัว ประกอบกับรัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เร่งส่งออกน้ำมัน สะท้อนอุปทานที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับแนวโน้มอุปสงค์โลกที่ยังอ่อนแอ ด้าน ANZ ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันปี 2569 ลงอีก ส่งสัญญาณตลาดน้ำมันยังเผชิญแรงกดดันในระยะข้างหน้า
OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต กดราคาน้ำมันร่วงกว่า 1%
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในการซื้อขายวันจันทร์ (ุ6 ก.ค.) หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือ OPEC+ มีมติเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนใกล้สุด ลดลง 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.41% มาอยู่ที่ 71.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐ ปรับตัวลดลง 80 เซนต์ หรือ 1.16% เหลือ 67.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ราคาน้ำมันในสัปดาห์ก่อนจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ตลาดยังจับตาสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงทิศทางการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อุปทานเริ่มกลับสู่ตลาด หลังฮอร์มุซฟื้นตัว
ที่ประชุม OPEC+ เมื่อวันอาทิตย์ มีมติเพิ่มเป้าหมายการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องจากการเพิ่มกำลังผลิตในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม
แม้ที่ผ่านมา การเพิ่มกำลังการผลิตยังไม่เกิดขึ้นเต็มศักยภาพ เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของซาอุดีอาระเบีย คูเวต และอิรัก แต่เมื่อการส่งออกเริ่มกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ตลาดจึงประเมินว่าปริมาณน้ำมันจะทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
นักวิเคราะห์จาก PVM ระบุว่า การที่ OPEC+ เดินหน้าเพิ่มอุปทานในภาวะที่ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง ยิ่งทำให้โอกาสการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในระยะสั้นมีจำกัด แม้ว่าราคาที่ลดลงอาจช่วยกระตุ้นการบริโภคในระยะถัดไปก็ตาม
รัสเซีย-ยูเออี เร่งส่งออก หนุนอุปทานโลกเพิ่ม
ข้อมูลการค้าระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อน ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกกลับมาอยู่เหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งราว 40%
ขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ADNOC) ได้จำหน่ายน้ำมันดิบผ่านการประมูลแบบสปอตประมาณ 16 ล้านบาร์เรล พร้อมเสนอส่วนลดที่กว้างขึ้น สะท้อนว่าปริมาณน้ำมันในตลาดสปอตเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ด้านรัสเซีย การส่งออกน้ำมันจากท่าเรือฝั่งตะวันตกทำสถิติสูงสุดในเดือนมิถุนายน และมีแนวโน้มรักษาระดับดังกล่าวต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม หลังโรงกลั่นหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ทำให้รัสเซียต้องเร่งส่งออกน้ำมันดิบแทนการนำไปกลั่นภายในประเทศ
ANZ หั่นคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันปี 2569
ธนาคาร ANZ ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 โดยคาดว่าจะหดตัวเฉลี่ย 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรงกว่าที่ประเมินไว้ และความต้องการใช้น้ำมันในไตรมาส 2 อาจลดลงถึง 4 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ANZ มองว่า อุปสงค์น้ำมันมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี หากอุปทานกลับเข้าสู่ภาวะปกติและความต้องการใช้พลังงานที่ชะลอไปก่อนหน้านี้เริ่มกลับมา
ตลาดจับตาสมดุลอุปสงค์-อุปทาน
การตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ประกอบกับการฟื้นตัวของการส่งออกจากตะวันออกกลาง การเร่งระบายน้ำมันของยูเออี และการส่งออกในระดับสูงของรัสเซีย กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันโลกในระยะสั้น ขณะที่นักลงทุนยังต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันในช่วงต่อไปจะขึ้นอยู่กับว่าสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เร็วเพียงใด







