thansettakij
thansettakij
เปิดชื่อบิ๊กซีอีโอร่วมวง 'ทรัมป์' เจรจาจีน ลุ้นปลดล็อกดีลธุรกิจ

เปิดชื่อบิ๊กซีอีโอร่วมวง 'ทรัมป์' เจรจาจีน ลุ้นปลดล็อกดีลธุรกิจ

14 พ.ค. 69 | 07:30 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 07:33 น.

คณะผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี การเงิน อุตสาหกรรม และพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เดินทางร่วมคณะโดนัลด์ ทรัมป์ เยือนจีน หวังปลดล็อกการค้า เข้าถึงตลาด และผ่อนคลายข้อจำกัดเทคโนโลยี

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนเพื่อเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
  • รายชื่อซีอีโอที่ร่วมคณะครอบคลุมภาคธุรกิจสำคัญ เช่น เทคโนโลยี (Tesla, Apple, NVIDIA), การเงิน (BlackRock, Visa) และอุตสาหกรรม (Boeing)
  • การเจรจามีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกปัญหาทางธุรกิจที่แต่ละบริษัทเผชิญในจีน เช่น ข้อจำกัดด้านการส่งออกชิป การอนุมัติเทคโนโลยี และการเข้าถึงตลาด

การเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งแรกนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในปี 2568 ที่นอกจากประเด็นด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ยังน่าจับตามองว่าจะกลายเป็นอีกเวทีสำคัญของภาคธุรกิจสหรัฐฯ ที่ต้องการฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ท่ามกลางสงครามการค้าและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่ยืดเยื้อมาหลายปี

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทรัมป์นำคณะผู้บริหารบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ เดินทางร่วมเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยมีทั้งกลุ่มเทคโนโลยี การเงิน การผลิต พลังงาน และสินค้าเกษตร ซึ่งสะท้อนว่าการเจรจารอบนี้ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาการพักรบทางการค้า แต่ยังเป็นความพยายามเปิดพื้นที่ธุรกิจและลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง และ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

เปิดรายชื่อบิ๊กเนมร่วมคณะ 'ทรัมป์'

กลุ่มที่ถูกจับตามากที่สุดคือภาคเทคโนโลยี นำโดย อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tesla และ SpaceX ซึ่งมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในจีน โดยเฉพาะโรงงาน Gigafactory Shanghai, ทิม คุก ซีอีโอ Apple ที่ใช้จีนเป็นทั้งฐานการผลิตและตลาดสำคัญของบริษัท 

รวมถึง เจนเซ่น หวง ซีอีโอ NVIDIA ซึ่งเข้าร่วมคณะในช่วงนาทีสุดท้าย ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์มีทั้ง ซันเจย์ เมห์โรทรา ซีอีโอ Micron Technology, คริสเตียโน อามอน ซีอีโอ Qualcomm, เจคอบ เธย์เซน ซีอีโอ Illumina, ชัค ร็อบบินส์ ซีอีโอ Cisco, และ จิม แอนเดอร์สัน ซีอีโอ Coherent พร้อมด้วย ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก ประธานและรองประธานกรรมการ Meta ในฐานะตัวแทนภาคธุรกิจและเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่อยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงของรัฐบาลวอชิงตัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคการเงินและการลงทุน ได้แก่ แลร์รี่ ฟิงค์ ซีอีโอ BlackRock, ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ ซีอีโอ Visa, เจน เฟรเซอร์ ซีอีโอ Citigroup, ไมเคิล มีบาค ซีอีโอ Mastercard, สตีเฟน ชวาร์ซแมน ซีอีโอ Blackstone, และ เดวิด โซโลมอน ซีอีโอ Goldman Sachs

อีกทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม การผลิต และการเกษตร อาทิ เคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอ Boeing, แลร์รี คัลป์ ซีอีโอ GE Aerospace, และ ไบรอัน ไซค์ส ซีอีโอ Cargill

เดิมพัน “เปิดตลาดจีน” และปลดล็อกข้อจำกัดเทคโนโลยี

รอยเตอร์สยังระบุว่า การเจรจาในครั้งนี้ต่างจากการเยือนจีนของทรัมป์ในปี 2560 ที่เน้นการเซ็นดีลการค้าขนาดใหญ่ การเดินทางครั้งนี้มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยหลายบริษัทหวังใช้บรรยากาศทางการเมืองที่ผ่อนคลายลง เพื่อปลดล็อกปัญหาทางธุรกิจที่ค้างอยู่ในจีน 

กลุ่มการเงินอย่าง Visa และ Mastercard ต้องการขยายบทบาทในการชำระเงินในประเทศจีน ขณะที่ BlackRock และ Goldman Sachs ต้องการขยายธุรกิจบริหารสินทรัพย์และการลงทุนในตลาดทุนจีน

สำหรับ Tesla ของอีลอน มัสก์ จีนถือเป็นทั้งฐานการผลิตสำคัญและตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริษัทกำลังผลักดันการอนุมัติเทคโนโลยี Full Self-Driving และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในจีน 

ขณะที่ Nvidia, Qualcomm และ Micron มีแรงจูงใจสูงในการฟื้นการเข้าถึงตลาดจีน หลังมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ กระทบยอดขายในจีนโดยตรง ขณะเดียวกัน Apple ก็ต้องการรักษาห่วงโซ่การผลิตและฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ในจีน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่น

ด้าน Boeing ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าอาจได้อานิสงส์จากการเจรจาครั้งนี้ หากจีนกลับมาสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มเติม หลังความสัมพันธ์สองประเทศตึงเครียดต่อเนื่องหลายปี อาจช่วยหนุนรายได้บริษัทในระยะยาว

สะท้อนเกมเศรษฐกิจท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลก

นักวิเคราะห์มองว่า รายชื่อซีอีโอที่ร่วมคณะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเทคโนโลยีและการเงินของสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาตลาดจีน แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศจะตึงเครียดก็ตาม

การวิเคราะห์ของ XTB ระบุว่า การปรากฏตัวของซีอีโอระดับโลกในการเจรจา ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนความใกล้ชิดทางนโยบายระหว่างภาคธุรกิจกับรัฐบาลสหรัฐฯ และบ่งชี้ว่าบริษัทใดกำลังมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของวอชิงตัน 

ขณะที่ Reuters วิเคราะห์ว่า หลายบริษัทหวังใช้เวทีซัมมิตครั้งนี้สร้าง “Political goodwill” หรือบรรยากาศเชิงบวกทางการเมือง เพื่อช่วยให้การขออนุมัติ การลงทุน และการเข้าถึงตลาดจีนง่ายขึ้นในระยะถัดไป