
สหรัฐฯ ยกเลิกวีซ่านักเรียนอยู่ยาว บังคับต่ออายุทุก 4 ปี เริ่ม 15 ก.ย. นี้
สะเทือนวงการศึกษา สหรัฐฯ ประกาศกฎใหม่ยกเลิกนโยบาย Duration of Status (D/S) เปลี่ยนเป็นกำหนดวันหมดอายุวีซ่านักเรียน F และ J สูงสุดไม่เกิน 4 ปี เรียนไม่จบต้องยื่นต่ออายุใหม่ผ่าน USCIS พร้อมคุมเข้มการย้ายคณะและลดระยะเวลาพำนักหลังเรียนจบ เหลือเพียง 30 วัน
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ยกเลิกนโยบาย "Duration of Status" (D/S) ที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติพำนักได้จนกว่าจะเรียนจบ โดยเปลี่ยนเป็นการกำหนดวันหมดอายุที่แน่นอน สูงสุดไม่เกิน 4 ปี
- หากต้องการศึกษาต่อเกิน 4 ปี นักเรียนจะต้องยื่นเรื่องขอต่ออายุสถานะ (Extension of Stay) กับหน่วยงาน USCIS โดยตรง ซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- กฎใหม่ยังลดระยะเวลาผ่อนผันหลังเรียนจบ (Grace Period) สำหรับวีซ่า F-1 จาก 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน และจำกัดการย้ายสาขาวิชาในระดับบัณฑิตศึกษา
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ได้ตีพิมพ์ระเบียบฉบับสมบูรณ์ (Final Rule) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 เพื่อยกเลิกนโยบาย “Duration of Status” (D/S) ที่ใช้มาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ โดยระเบียบใหม่นี้จะเปลี่ยนจากการอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติพำนักได้นานตราบเท่าที่ยังศึกษาอยู่ เป็นการกำหนดวันหมดอายุที่แน่นอนในแบบฟอร์ม I-94 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กันยายน 2026 นี้
สิ้นสุดยุค Admission แบบไม่กำหนดวันหมดอายุ
นับตั้งแต่ปี 1979 นักเรียนวีซ่า F-1 และผู้ถือวีซ่า J-1 ได้รับสิทธิ์พำนักในสหรัฐฯ ภายใต้นโยบาย D/S ซึ่งผูกติดกับระยะเวลาในการเรียนจริงโดยไม่มีวันหมดอายุที่ตายตัว อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎใหม่ ระยะเวลาการพำนักจะถูกจำกัดตามระยะเวลาของโปรแกรมการศึกษาแต่สูงสุดไม่เกิน 4 ปี เท่านั้น
สำหรับนักข่าวหรือผู้แทนสื่อต่างชาติ (วีซ่า I) จะถูกจำกัดระยะเวลาพำนักเหลือเพียง 240 วัน และลดลงเหลือ 90 วันสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางจากจีน (PRC) มาตรการนี้ DHS อ้างว่าจำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบความมั่นคงของชาติ และลดปัญหาการอยู่เกินกำหนด (Overstay) ซึ่งมักเกิดขึ้นในกลุ่มวีซ่านักเรียนมากกว่าวีซ่าประเภทอื่น
เปิดขั้นตอนต่อวีซ่าสุดเข้ม ต้องสแกนนิ้ว-เช็กประวัติใหม่
หากนักเรียนหรือนักวิจัยมีความจำเป็นต้องพำนักเกินกว่า 4 ปี (เช่น ผู้เรียนต่อระดับปริญญาเอกซึ่งค่าเฉลี่ยการเรียนจบอยู่ที่ 5.7 ปี) จะต้องดำเนินการ ขอต่ออายุสถานะ (Extension of Stay - EOS) กับหน่วยงาน USCIS โดยตรง
ความแตกต่างที่สำคัญคือ แต่เดิมสถาบันการศึกษา (DSO) สามารถเป็นผู้เซ็นอนุมัติขยายระยะเวลาในระบบได้เอง แต่กฎใหม่กำหนดให้นักเรียนต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง พร้อมทั้งต้องเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมใหม่ทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนนี้มาพร้อมกับค่าธรรมเนียมและภาระด้านเอกสารที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
กฎเหล็กคุมเข้ม: ห้ามย้ายคณะ-ลด Grace Period
นอกจากการจำกัดเวลาพำนักแล้ว ระเบียบใหม่ยังเพิ่มเงื่อนไขที่บีบคั้นสถานะนักเรียนต่างชาติมากขึ้น ดังนี้
ลดเวลาเตรียมตัวกลับประเทศ : ระยะเวลาผ่อนผันหลังเรียนจบ (Grace Period) สำหรับวีซ่า F-1 จะลดลงจาก 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน เท่านั้น เพื่อให้เดินทางออกนอกประเทศหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า
จำกัดการเปลี่ยนแผนการเรียน : นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (โท-เอก) จะถูกห้ามเปลี่ยนสาขาวิชาหรือย้ายสถานศึกษาระหว่างโปรแกรม เว้นแต่จะได้รับข้อยกเว้นกรณีเหตุสุดวิสัย (Extenuating Circumstances) ซึ่งอำนาจการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่ดุลยพินิจของอาจารย์หรือมหาวิทยาลัยอีกต่อไป
บทลงโทษที่รุนแรงขึ้น : ผู้ที่อยู่เกินกำหนดแม้เพียงวันเดียวจะเริ่มสะสม "การพำนักโดยไม่ได้รับอนุญาต" (Unlawful Presence) ทันที ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ นาน 3 ถึง 10 ปี
เสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจและมหาวิทยาลัยชั้นนำ
กลุ่มสถาบันการศึกษาและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ออกมาเตือนว่า กฎนี้จะทำลายความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในการดึงดูดบุคลากรระดับโลก (Global Talent) ข้อมูลสถิติระบุว่านักเรียนต่างชาติมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยคิดเป็น 80% ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ และ 75% ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าระดับพันล้านดอลลาร์ (Unicorn) ในสหรัฐฯ กว่า 24% เป็นอดีตนักเรียนต่างชาติ ซึ่งสร้างงานรวมกว่า 1,123 ตำแหน่งต่อบริษัท การสร้างอุปสรรคในการพำนักอาจทำให้นักเรียนที่มีศักยภาพหันไปศึกษาต่อที่ประเทศอื่นแทน ซึ่ง DHS เองก็ยอมรับในรายงานว่าอาจส่งผลให้ยอดการรับสมัครนักศึกษาต่างชาติลดลง
คำแนะนำสำหรับผู้ที่พำนักอยู่ปัจจุบัน
ระเบียบใหม่นี้มี ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) สำหรับผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ ด้วยสถานะ D/S อยู่แล้ว ดังนี้
1. นักเรียนสามารถพำนักต่อไปได้จนถึงวันที่ระบุใน I-20 หรือ DS-2019 เดิม หรือไม่เกิน 4 ปีนับจากกฎมีผลบังคับใช้ แล้วแต่ว่าวันที่ใดจะถึงก่อน
2. หากมีการเดินทางออกนอกสหรัฐฯ และกลับเข้ามาใหม่หลังวันที่ 15 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่จะออก I-94 ใบใหม่ที่ระบุวันหมดอายุตามกฎ 4 ปีทันที
3. มีข้อยกเว้นชั่วคราวสำหรับผู้ที่ยื่นขอ OPT หรือ STEM OPT ภายใน 244 วันหลังจากประกาศกฎนี้ อาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่น EOS แยกต่างหากในเบื้องต้น
ที่มาข้อมูล







