thansettakij
thansettakij
ออสเตรเลีย เดินหน้าเก็บภาษี Meta-Google-TikTok อุ้มสำนักข่าว

ออสเตรเลีย เดินหน้าเก็บภาษี Meta-Google-TikTok อุ้มสำนักข่าว

30 เม.ย. 69 | 03:31 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 69 | 03:43 น.

รัฐบาลออสเตรเลีย เดินหน้าผลักดันมาตรการควบคุมอิทธิพลแพลตฟอร์มดิจิทัลครั้งใหม่ เข็นร่างกฎหมายใหม่ รีดภาษี 2.25% จาก Meta, Google และ TikTok หากไม่ยอมจ่ายค่าข่าวให้สื่อท้องถิ่น หวังอัดฉีดเงิน 200-250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี พยุงห้องข่าว-รักษางานนักข่าวในยุคบิ๊กเทคครองเม็ดเงินโฆษณา

KEY

POINTS

  • รัฐบาลออสเตรเลียเสนอแผนเก็บภาษี 2.25% จากรายได้ในประเทศของ Meta, Google และ TikTok เพื่อนำเงินไปสนับสนุนองค์กรสื่อและสำนักข่าว
  • แพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีได้ หากบรรลุข้อตกลงเชิงพาณิชย์เพื่อจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับองค์กรสื่อโดยตรง
  • มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อบังคับให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่มีส่วนร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมข่าว ซึ่งเป็นแหล่งเนื้อหาที่สร้างรายได้ให้แก่แพลตฟอร์ม

ภายใต้ข้อเสนอที่ใช้ชื่อว่า “News Bargaining Incentive” รัฐบาลจะจัดเก็บภาษี 2.25% จากรายได้ในประเทศของทั้ง 3 บริษัท Meta, Google และ TikTok เว้นแต่บริษัทเหล่านี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงเชิงพาณิชย์กับองค์กรข่าวได้ โดยรายได้จากภาษีดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังบริษัทสื่อ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาควารสารศาสตร์ของออสเตรเลีย

นางแอนิกา เวลส์ (Anika Wells) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของออสเตรเลีย กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากขึ้นกำลังเข้าถึงข่าวสารโดยตรงผ่าน Facebook, TikTok และ Google ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยุติธรรมที่แพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่จะต้องมีส่วนร่วมสนับสนุนงานข่าว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมบนฟีดและสร้างรายได้ให้แก่แพลตฟอร์มเหล่านั้น

นางแอนิกา เวลส์ (Anika Wells) ระบุว่า แพลตฟอร์มควรทำข้อตกลงกับองค์กรข่าว หากเลือกที่จะไม่ทำ สุดท้ายก็จะต้องจ่ายมากกว่า

 

เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลกังวลต่อแรงตอบโต้จากนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่ นายแอนโทนี อัลบาเนซี (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยืนยันว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศอธิปไตย และรัฐบาลจะตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์แห่งชาติออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย เดินหน้าเก็บภาษี Meta-Google-TikTok อุ้มสำนักข่าว ทั้งนี้ รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีจุดยืนคัดค้านภาษีบริการดิจิทัลที่เรียกเก็บจากบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐ และเคยขู่ใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศที่เดินหน้ามาตรการลักษณะดังกล่าว

สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ภาษีจะเริ่มมีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2025-26 ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 1 กรกฎาคม และจะใช้กับบริษัทที่ให้บริการโซเชียลมีเดียหรือเสิร์ชเอนจินที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญในออสเตรเลีย รวมถึงมีรายได้ในประเทศเกิน 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 179.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,827 ล้านบาท) ซึ่งครอบคลุม Meta, Google และ TikTok โดยเฉพาะ

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า มาตรการนี้จะไม่ครอบคลุมแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งจะถูกกำกับดูแลภายใต้กฎหมายอีกฉบับหนึ่งแยกต่างหาก

นางแอนิกา เวลส์  อธิบายเพิ่มเติมว่า หากแพลตฟอร์มไม่ทำข้อตกลงกับผู้เผยแพร่ข่าว เงินภาษีจะถูกส่งเข้ารัฐ และรัฐบาลจะนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรให้องค์กรข่าวตามจำนวนผู้สื่อข่าวที่แต่ละองค์กรจ้างงาน โดยแพลตฟฟอร์มที่เลือกทำข้อตกลงกับองค์กรข่าวขนาดเล็กจะได้รับส่วนลดภาระภาษีมากขึ้น

แถลงการณ์ร่วมจากผู้บริหารองค์กรสื่อรายใหญ่ของออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึง Nine Entertainment, ABC และ News Corp Australia ระบุว่า แผนดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญในการประกันอนาคตของข่าวออสเตรเลีย” พร้อมเตือนว่าหากแพลตฟอร์มดิจิทัลยังไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการใช้เนื้อหาข่าวที่ตนได้ประโยชน์ วารสารศาสตร์จะกลายเป็นธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta โต้แย้งว่า แนวคิดที่ว่าบริษัทนำเนื้อหาข่าวจากผู้เผยแพร่ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” และเตือนว่าการใช้ภาษีนี้สนับสนุนสื่อท้องถิ่นจะทำให้อุตสาหกรรมข่าวต้องพึ่งพา “ระบบอุดหนุนที่รัฐบาลเป็นผู้บริหารจัดการ”

Meta ยังระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งจะใช้บังคับกับแพลตฟอร์มไม่ว่าในบริการนั้นจะมีเนื้อหาข่าวอยู่หรือไม่ แท้จริงแล้วไม่ต่างจากภาษีบริการดิจิทัล ขณะที่ Google ก็ออกมาคัดค้านเช่นกัน โดยระบุชัดว่าไม่เห็นความจำเป็นของภาษีนี้ ส่วน TikTok ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในทันที

รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า มาตรการ News Bargaining Incentive ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนกฎหมายปี 2021 ที่เคยบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีจ่ายเงินสำหรับเนื้อหาข่าว เนื่องจากกฎหมายเดิม “ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป” โดยหลังการบังคับใช้กฎหมายเดิม Meta เคยระงับการแชร์ข่าวบนแพลตฟอร์มชั่วคราว ก่อนจะกลับมาทำข้อตกลงกับสื่อออสเตรเลียหลายแห่ง ซึ่งข้อตกลงเหล่านั้นหมดอายุลงในปี 2024

ที่มา Reuters