thansettakij
thansettakij
ยื่นฟ้อง Meta แฉกินส่วนต่างโฆษณาปลอม ปล่อย AI หลอกดูดเงินผู้ใช้

ยื่นฟ้อง Meta แฉกินส่วนต่างโฆษณาปลอม ปล่อย AI หลอกดูดเงินผู้ใช้

24 เม.ย. 69 | 03:28 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 69 | 03:42 น.

สมาพันธ์ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง Meta แฉพฤติกรรมสุดฉาว "ยิ่งเสี่ยงยิ่งเก็บแพง" เรียกค่าโฆษณาจากกลุ่มสแกมเมอร์สูงกว่าปกติ แทนการสั่งแบนเพื่อคุ้มครองผู้ใช้ เผยเอกสารลับทำเงินจากสินค้าเถื่อน-โฆษณาต้มตุ๋นหลักพันล้านเหรียญ ด้าน Meta โต้ลบโฆษณาปลอมแล้วกว่า 159 ล้านชิ้น

KEY

POINTS

  • สมาพันธ์ผู้บริโภคแห่งอเมริกายื่นฟ้อง Meta ในข้อหาจงใจปล่อยให้โฆษณาปลอมที่ใช้ AI หลอกลวงผู้ใช้งานเพื่อแสวงหาผลกำไร
  • คำฟ้องระบุว่า Meta ไม่แบนผู้ลงโฆษณาที่มีความเสี่ยงสูง แต่กลับเรียกเก็บค่าโฆษณาในราคาที่แพงขึ้นเพื่อทำกำไรจากมิจฉาชีพ
  • มีการอ้างอิงเอกสารภายในที่แฉว่า Meta รับรู้ถึงรายได้มหาศาลจากโฆษณาหลอกลวง และออกแบบระบบให้จัดการกับมิจฉาชีพได้ยาก

สมาพันธ์ผู้บริโภคแห่งอเมริกา (CFA) ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ Meta (บริษัทแม่ Facebook และ Instagram) ต่อศาลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยระบุว่าบริษัทจงใจ "ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค" และให้ข้อมูลเท็จเรื่องความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม

โดยคำฟ้องระบุว่า Meta ไม่เพียงแต่ปล่อยให้โฆษณาปลอมที่ใช้ AI Video (เช่น โฆษณาแจก iPhone ฟรี หรือแจกเงินสวัสดิการรัฐ) ระบาดหนัก

แต่ยังมีนโยบายที่ "น่ารังเกียจ" คือการ เรียกเก็บค่าโฆษณาจากกลุ่มผู้ลงโฆษณาที่มีความเสี่ยงสูงในราคาที่แพงกว่าปกติ แทนที่จะสั่งแบนเหมือนที่ Google ทำ ส่งผลให้ Meta ยิ่งทำกำไรมหาศาลจากความเดือดร้อนของผู้ใช้ที่ถูกหลอก

ยื่นฟ้อง Meta แฉกินส่วนต่างโฆษณาปลอม ปล่อย AI หลอกดูดเงินผู้ใช้

แฉเอกสารลับรายได้หลักพันล้าน

การฟ้องร้องครั้งนี้ยังอ้างถึง "เอกสารภายใน" ที่เคยหลุดออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งยืนยันว่า Meta รับรู้ถึงการทำรายได้มหาศาล "หลักหลายพันล้านดอลลาร์" จากโฆษณาต้มตุ๋นและสินค้าผิดกฎหมาย แถมระบบภายในยังถูกออกแบบมาให้พนักงานของ Meta เองจัดการกับมิจฉาชีพได้ยากลำบาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อตัวเลขผลกำไรของบริษัท

Meta สวนกลับ: "ข้อมูลบิดเบือน"

โฆษกของ Meta ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวบิดเบือนความจริง และยืนยันว่าบริษัทได้ลบโฆษณาสแกมไปแล้วกว่า 159 ล้านชิ้นในปีที่ผ่านมา (92% ถูกลบก่อนมีคนรายงาน) พร้อมสั่งปิดบัญชีดำที่เชื่อมโยงกับมิจฉาชีพกว่า 10.9 ล้านบัญชี โดยย้ำว่า "สแกมเมอร์เป็นผลเสียต่อธุรกิจ" และบริษัทไม่ต้องการให้คนกลุ่มนี้อยู่บนแพลตฟอร์ม

ที่มา Engadget