thansettakij
thansettakij
เจาะลึกสาเหตุ ทำไม 'UAE' ทิ้งโอเปค? วิเคราะห์จุดแตกหักหลังร่วมทาง 60 ปี

เจาะลึกสาเหตุ ทำไม 'UAE' ทิ้งโอเปค? วิเคราะห์จุดแตกหักหลังร่วมทาง 60 ปี

29 เม.ย. 69 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 03:24 น.

สาเหตุ UAE ลาออกโอเปค ใครได้ใครเสีย? สื่อนอกระดับโลกวิเคราะห์ ชี้จุดชนวนแตกหักหลังร่วมทางเป็นสมาชิก 60 ปี ปมขัดแย้งซาอุฯ-โควตาผลิตน้ำมันพ่นพิษ หวังปลดล็อกกำลังผลิต 5 ล้านบาร์เรล ฝ่าวิกฤตสงครามฮอร์มุซระอุ

กลายเป็นข่าวใหญ่ช็อกโลก ยุทธศาสตร์พลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลก เมื่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปค (OPEC) และ OPEC+ โดยมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 นี้

ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุของสงครามระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายจนราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 50%

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลจาก "สำนักข่าวระดับโลก" ที่มีบทสัมภาษณ์เหล่านักวิเคราะห์ชั้นนำได้ออกมา "ชำแหละ" เบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่าแค่เรื่องของโควตาน้ำมัน แต่คือการเดิมพันด้วยผลประโยชน์แห่งชาติและอนาคตของราชวงศ์ในตะวันออกกลาง 

"จุดเริ่มต้นของจุดจบ" และเดิมพันที่ต่างกัน

สำนักข่าวบีบีซี(BBC) รายงานว่านี่คือ "เรื่องใหญ่มาก" (Very big deal) เพราะ UAE คือสมาชิกที่มีกำลังผลิตสำรองสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม

โดย ซอล คาโวนิก หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจาก MST Financial ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับโอเปค เนื่องจากกลุ่มจะสูญเสียกำลังการผลิตไปถึง 15% และเสียสมาชิกที่รักษาวินัยในการผลิตมากที่สุดไป

ขณะที่ ดร. แครอล นัคเล่ ซีอีโอของ Crystol Energy มองว่าการตัดสินใจนี้ "เตรียมการมานานแล้ว" เพราะ UAE รู้สึกอึดอัดกับโควตาที่จำกัดการเติบโต

สอดคล้องกับ ศาสตราจารย์ เดวิด เอลเมส จาก Warwick Business School ที่วิเคราะห์ว่า UAE มีต้นทุนการผลิตน้ำมัน (Break-even price) ต่ำกว่าซาอุดีอาระเบียเกือบครึ่งหนึ่ง ทำให้ UAE ต้องการเน้น "ปริมาณ" เพื่อโกยกำไร แม้ราคาน้ำมันจะลดลง ซึ่งสวนทางกับซาอุฯ ที่ต้องการรักษาราคาสูงเพื่อพยุงงบประมาณ

เมื่อ "สองพี่น้อง" เดินคนละทาง

นิวยอร์กไทม์ส(The New York Times) ชี้ให้เห็นถึงรอยร้าวที่ร้าวลึกระหว่าง UAE และซาอุดีอาระเบีย

โดย บาชาร์ เอล-ฮาลาบี (Bachar El-Halabi) นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Argus Media ระบุว่าเศรษฐกิจของ UAE มีความหลากหลายกว่าซาอุฯ มาก ทั้งการเงินและการท่องเที่ยว จึงไม่ต้องแคร์เรื่องราคาน้ำมันเพื่อความสมดุลของงบประมาณเท่าพี่ใหญ่อย่างซาอุฯ

ด้าน เจสัน บอร์ดอฟฟ์ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพลังงานโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ตั้งคำถามสำคัญว่า "ซาอุฯ จะยอมแบกภาระในการจัดการตลาดน้ำมันโลกเพียงลำพังได้นานแค่ไหน" เมื่อไร้พันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง UAE

นอกจากนี้ อันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี UAE ยังระบุว่านโยบายปิดล้อมอิหร่านแบบเดิมนั้น "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ทำให้ UAE ต้องเลือกเดินหมากอิสระเพื่อความมั่นคงของตนเอง

ชัยชนะของทรัมป์และยุทธศาสตร์ "น่านฟ้าอิสราเอล"

เดอะ การ์เดียน มองว่านี่คือชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตราหน้าโอเปคมาตลอดว่า "ปล้นโลก"

ซึ่งการออกครั้งนี้ช่วยเปิดทางให้สหรัฐฯ ยื่น "แพ็กเกจช่วยเหลือกงสี" หรือข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อพยุงเศรษฐกิจ UAE ในช่วงสงครามได้ง่ายขึ้น

ทางด้าน สำนักข่าว ABC News รายงานข้อมูลเชิงลึกว่า ความสัมพันธ์ของ UAE กับอิสราเอลแน่นแฟ้นขึ้นถึงขั้นอิสราเอลส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ "Iron Dome" มาติดตั้งใน UAE เพื่อรับมือการโจมตีจากอิหร่าน ขณะที่ซาอุฯ พยายามเรียกพรรคพวกให้เจรจาสงบศึกกับอิหร่าน แต่ UAE กลับมองว่าควรใช้มาตรการเด็ดขาดมากกว่า

อิสรภาพสู่เป้าหมาย 5 ล้านบาร์เรล

ส่วน อัลจาซีรา และ รอยเตอร์ส มุ่งประเด็นไปที่ "อิสรภาพทางการผลิต" โดย ฮอร์เก้ เลออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์จาก Rystad Energy กล่าวว่า การเสียสมาชิกที่สามารถผลิตน้ำมันได้ 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 5 ล้านบาร์เรลในปี 2027 ถือเป็นการริบอาวุธสำคัญไปจากมือของโอเปคในการคุมราคาโลก

ซูฮาอิล โมฮัมเหม็ด อัล-มาซรูอี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของ UAE ยืนยันว่าการตัดสินใจนี้ไม่ได้ปรึกษาซาอุฯ ก่อน และเป็นการตัดสินใจตาม "ยุทธศาสตร์ระยะยาว" เพื่อให้ประเทศมีความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เปลี่ยนไป

หมากตัวใหม่ในภูมิรัฐศาสตร์จีน

สำนักข่าวเอพี และ ซีเอ็นเอ็น วิเคราะห์ว่า UAE กำลังวางแผนความสัมพันธ์ใหม่กับจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ โดย คาเรน ยัง  นักวิชาการอาวุโสจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มองว่าการออกจากโอเปคช่วยให้ UAE มีความยืดหยุ่นในการเจรจากับคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนได้โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากกลุ่ม

ส่วน ดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทยสหรัฐฯ ที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องในงานประชุมที่อาบูดาบี เมื่อเขากล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ยุคของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เป็นยุคของการเพิ่มพลังงาน"

ซึ่งสะท้อนเป้าหมายของ UAE ที่จะสูบน้ำมันขึ้นมาสร้างรายได้ให้มากที่สุดก่อนที่โลกจะเลิกใช้ฟอสซิล