
จับตา UNSC ประชุมด่วน 4 ทุ่มคืนนี้ ลุ้นมติเปิดฮอร์มุซ ก่อนเส้นตายทรัมป์ถล่มอิหร่าน
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ UNSC จ่อลงมติเปิดช่องแคบฮอร์มุซคืนนี้ หลังบาห์เรนยอมปรับร่างข้อมติเลี่ยงวีโต้จีน-รัสเซีย ตัดอำนาจใช้กำลังทหาร เน้นคุ้มกันเรือพาณิชย์ ท่ามกลางเส้นตายทรัมป์ถล่มอิหร่าน เขย่าตลาดน้ำมัน
KEY
POINTS
- สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ประชุมและลงมติเวลาประมาณ 22.00 น. ตามเวลาไทย เพื่อพิจารณาข้อมติปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
- ร่างข้อมติถูกปรับเนื้อหาให้อ่อนลง โดยตัดข้อความที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังทหารออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการวีโต้จากจีนและรัสเซีย
- การลงมติเกิดขึ้นก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมเปิดประชุมและลงมติในวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 ตามเวลาในนครนิวยอร์ก หรือเวลาไทยประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
เพื่อพิจารณาร่างข้อมติในการปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดส่งผลให้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ยอมถอย! ตัดประเด็นใช้กำลัง เลี่ยงจีน-รัสเซียวีโต้
สำนักข่าวต่างประเทศ เปิดเผยโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากนักการทูตระบุว่า เนื้อหาในร่างข้อมติฉบับล่าสุด (ฉบับที่ 6) ถูกปรับลดความรุนแรงลงอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยับยั้ง (Veto) จากสมาชิกถาวรอย่าง จีนและรัสเซีย โดยบาห์เรนในฐานะประธาน UNSC ได้ตัดข้อความที่อนุญาตให้ใช้ “มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด” ซึ่งอาจสื่อถึงการใช้กำลังทางทหารออกไป
ร่างข้อมติใหม่เปลี่ยนมาใช้ถ้อยคำที่ระบุว่า “ขอสนับสนุนอย่างยิ่ง” ให้รัฐต่างๆ ประสานความพยายามในลักษณะ “ป้องกันตนเอง” ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ซึ่งอาจรวมถึงการจัดเรือคุ้มกันเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ เพื่อยับยั้งความพยายามที่จะปิดกั้นหรือแทรกแซงเส้นทางเดินเรือสากล
จีน-รัสเซีย ผนึกกำลังค้านมาตรการรุนแรง
ก่อนหน้านี้ จีนได้แสดงจุดยืนคัดค้านร่างมติที่อนุญาตให้ใช้กำลังอย่างชัดเจน โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นการให้ความชอบธรรมในการใช้กำลังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะนำไปสู่การทวีความรุนแรงของสถานการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ย้ำว่าวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดคือการบรรลุ ข้อตกลงหยุดยิง โดยเร็วที่สุด เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดที่ต้องพึ่งพาเส้นทางนี้
จับตาเส้นตาย "ทรัมป์" ขีดเส้นอิหร่าน
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่า อิหร่านอาจถูกจำกัดหรือเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในคืนวันอังคาร (7 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้าวันพุธ (8 เม.ย.) ของไทย ขณะที่อิหร่านยืนกรานปฏิเสธแรงกดดันดังกล่าว แม้จะระบุว่าต้องการยุติสงครามก็ตาม
การลงมติครั้งนี้ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียง และต้องไม่มีสมาชิกถาวรรายใดใช้สิทธิวีโต้ ซึ่งภาคธุรกิจและตลาดพลังงานทั่วโลกกำลังจับตาผลการลงมติอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยชี้ชะตาทิศทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในระยะยาว






