thansettakij
thansettakij
Pew Research เผยรายงาน มังกรแซงอินทรี โลกเชื่อมั่น ทรัมป์ น้อยกว่า สี จิ้นผิง

Pew Research เผยรายงาน มังกรแซงอินทรี โลกเชื่อมั่น ทรัมป์ น้อยกว่า สี จิ้นผิง

16 ก.ค. 69 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 69 | 05:31 น.

เจาะลึกรายงาน Pew Research Center เมื่อ "พญามังกร" ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผงาดคว้าคะแนนนิยมแซง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ทำไมความแน่นอนของจีนจึงชนะใจประเทศรายได้ปานกลาง ท่ามกลางความผันผวนของขั้วอำนาจตะวันตก

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจจาก Pew Research Center ใน 37 ประเทศชี้ว่า ประชาคมโลกมีความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน มากกว่าอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการดำเนินกิจการระหว่างประเทศ
  • ความเชื่อมั่นต่อจีนและสี จิ้นผิง สูงในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ปานกลาง ขณะที่กลุ่มประเทศร่ำรวยส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงลบ โดยมีสิงคโปร์เป็นข้อยกเว้น
  • ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นเอนเอียงมาทางจีนคือความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ ซึ่งทำให้จีนถูกมองว่ามีความคงเส้นคงวาและคาดเดาได้มากกว่า
  • แม้ภาพลักษณ์โดยรวมจะดีขึ้น แต่จีนยังมีจุดอ่อนสำคัญในประเด็นสิทธิมนุษยชนและข้อพิพาททางดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

ในโลกของการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ "ภาพลักษณ์" และ "ความเชื่อมั่น" คือต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ รายงานล่าสุดจากสำนักวิจัยพิว สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในสหรัฐอเมริกา (Pew Research Center) ที่ทำการสำรวจประชากรกว่า 45,000 คน ใน 37 ประเทศทั่วโลก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญ

เมื่อผลลัพธ์ชี้ชัดว่าจีนกำลังก้าวข้ามเงาของสหรัฐอเมริกาในแง่ของความนิยมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมานานกว่าสองทศวรรษ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่เป็นดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของโลกที่กำลังเอนเอียงไปทางทิศตะวันออกอย่างมีนัยสำคัญ

"ความน่าจะเป็น" ที่เหนือกว่า เมื่อความผันผวนของสหรัฐฯ ผลักโลกเข้าหาจีน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากรายงานคือความเชื่อมั่นต่อผู้นำ โดยพบว่าใน 22 จาก 37 ประเทศที่สำรวจ ผู้คนมีความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้องในกิจการโลก มากกว่าอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แม้คะแนนความเชื่อมั่นโดยรวมของทั้งคู่จะยังไม่ถึงครึ่งในหลายประเทศ แต่ "สี จิ้นผิง" กลับถูกมองว่าเป็นผู้นำที่มีความคงเส้นคงวามากกว่า 

นักวิเคราะห์อย่าง ดร.ชอง เจีย เอียน จาก Carnegie China มองว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ทั้งการใช้กำลังทหารและผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศรู้สึกวิตกกังวล ในขณะที่จีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิง แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องอำนาจนิยม แต่กลับถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ "คาดเดาได้มากกว่า" ในสายตาของประชาคมโลก ณ ปัจจุบัน

รายงานจากสำนักวิจัยพิว Pew Research Center

ภาพลักษณ์จีนที่ต่างกันสุดขั้วระหว่าง "คนรวย" และ "ประเทศกำลังพัฒนา"

รายงานฉบับนี้เผยให้เห็นความลักลั่นทางทัศนคติที่ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของประเทศอย่างชัดเจน ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง เช่น ปากีสถาน (90%) , ไนจีเรีย , เคนยา และ อินโดนีเซีย จีนถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้และมีภาพลักษณ์เชิงบวกสูงมาก โดยเฉพาะในปากีสถานที่ประธานาธิบดีสีได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงถึง 83%

ตรงกันข้ามกับกลุ่มประเทศที่มั่งคั่งอย่าง ญี่ปุ่น (มองจีนบวกเพียง 11%) , เกาหลีใต้ , ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ที่ยังคงมีทัศนคติเชิงลบต่อจีนอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ กลับเป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นประเทศรายได้สูงแต่กลับมีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนในระดับที่สูงโดดเด่น

ฐานเศรษฐกิจ เจาะลึกข้อมูลการสำรวจของ Pew Research Center ใน 37 ประเทศทั่วโลก พบว่าความเชื่อมั่นต่อผู้นำทั้ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ (ต่ำกว่า 50% ในหลายประเทศ) อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบัน ผู้คนใน 22 ประเทศมีความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง มากกว่าทรัมป์ ในการทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับกิจการโลก และสามารถสรุปมุมมองของแต่ละประเทศและกลุ่มประเทศที่มีข้อมูลในรายการได้ดังนี้ 

กลุ่มประเทศที่ให้คะแนนสูงสุดและต่ำสุด

  • ปากีสถาน เป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นต่อ สี จิ้นผิง สูงที่สุด ในการสำรวจ โดยมีคะแนนสูงถึง 83%
  • ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ สูงที่สุด อยู่ที่ 68%
  • ญี่ปุ่น มีความเชื่อมั่นต่อ สี จิ้นผิง ต่ำที่สุด เพียง 7% โดยประชากรถึง 92% ระบุว่าไม่เชื่อมั่นในตัวเขา
  • เขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก มีความเชื่อมั่นต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่ำที่สุด เพียง 4%

สรุปตามรายประเทศและภูมิภาค

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

  • ไทย แม้ภาพลักษณ์ของจีนจะลดลง 11 จุด แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังมองจีนในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องข้อพิพาทดินแดนพุ่งสูงขึ้นเป็น 52%
  • สิงคโปร์ เป็นข้อยกเว้นของประเทศรายได้สูงที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนและผู้นำจีนในระดับที่สูงโดดเด่น,
  • มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง และมองภาพลักษณ์จีนในแง่บวก
  • อินเดีย มีเพียง 33% ที่มองว่าจีนเป็นพันธมิตรที่เชื่อใจได้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ต่ำต่อผู้นำจีน
  • ฟิลิปปินส์ นอกจากจะเชื่อมั่นในทรัมป์สูงแล้ว ยังเป็นประเทศที่มองว่าจีนเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง (76%)
  • เกาหลีใต้ ประชากรส่วนใหญ่ ประมาณ 3 ใน 4 ขาดความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิ
  • ออสเตรเลีย มีความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง ต่ำ โดยประมาณ 3 ใน 4 ของประชากรระบุว่าไม่เชื่อมั่น

ภูมิภาคยุโรป

  • สเปน, อิตาลี และ กรีซ เป็นกลุ่มประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติมาเชื่อมั่นในจีนและผู้นำจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอิตาลีมีคนมองจีนบวกถึง 51% และสเปน 54%
  • ฝรั่งเศส และ สวีเดน ส่วนใหญ่ ประมาณ 3 ใน 4 ขาดความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง
  • โปแลนด์ ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ชื่นชอบผู้นำและภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ มากกว่าจีน

ภูมิภาคอเมริกาและตะวันออกกลาง

  • แคนาดา เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการขยับของคะแนนนิยมมาทางจีนและสี จิ้นผิง มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • อิสราเอล ความเชื่อมั่นต่อจีนและสี จิ้นผิง อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 19% และส่วนใหญ่ขาดความเชื่อมั่นในผู้นำจีน
  • เม็กซิโก, โคลอมเบีย และ เปรู ทัศนคติเชิงบวกต่อจีนและผู้นำจีนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ภูมิภาคแอฟริกา

  • เคนยา มีความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง สูงมากถึงประมาณ 75%
  • ไนจีเรีย มีทัศนคติเชิงบวกต่อภาพลักษณ์และผู้นำจีนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
  • แอฟริกาใต้ แม้คะแนนนิยมจะลดลงเล็กน้อย (-5 จุด) แต่คนส่วนใหญ่ยังคงมองในแง่บวกมากกว่าลบ

ภาพรวมความแตกต่างตามระดับเศรษฐกิจ

  • ประเทศรายได้ปานกลาง เช่น ไนจีเรีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา: มักจะมีความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง และมองว่าจีนเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้
  • ประเทศรายได้สูง (เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ยุโรปส่วนใหญ่) มักจะขาดความเชื่อมั่นในตัวสี จิ้นผิง โดยมองว่าเป็นผู้นำอำนาจนิยมและมีความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน

รายงานยังระบุข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมักมีทัศนคติที่ชัดเจนหรือมีความเห็นที่สุดขั้วต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ มากกว่า ขณะที่ความเห็นที่มีต่อ สี จิ้นผิง มักจะไม่รุนแรงเท่า แม้จะมีความเชื่อมั่นไม่สูงนักก็ตาม

จุดสลบ "สิทธิมนุษยชน" และรอยร้าวเรื่องดินแดน

แม้ภาพลักษณ์โดยรวมจะดีขึ้น แต่จีนยังคงมี "จุดสลบ" ที่สำคัญคือเรื่องการเคารพเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งคนส่วนใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้วกว่า 3 ใน 4 มองว่ารัฐบาลจีนทำได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ ประเด็นความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นปัจจัยลบสำคัญ โดยเฉพาะใน ฟิลิปปินส์ ที่คนถึง 86% แสดงความกังวลอย่างมาก

สำหรับประเทศไทย แม้คะแนนความนิยมต่อจีนจะปรับตัวลดลง 11 จุดจากปีก่อนหน้า แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงมองจีนในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ สิ่งที่น่าจับตาคือความกังวลเรื่องข้อพิพาททางดินแดนของคนไทยที่พุ่งสูงขึ้นจาก 38% ในปี 2024 เป็น 52% ในปี 2026 ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยเริ่มระมัดระวังท่าทีของมหาอำนาจจีนมากขึ้น

 

ที่มา - pewresearch.org