thansettakij
thansettakij
สิงคโปร์ อัด 2.8 หมื่นล้าน แจกเงินสด-บัตรน้ำมัน-ลดภาษีนิติบุคคล รับมือสงคราม

สิงคโปร์ อัด 2.8 หมื่นล้าน แจกเงินสด-บัตรน้ำมัน-ลดภาษีนิติบุคคล รับมือสงคราม

07 เม.ย. 69 | 09:37 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 09:50 น.

รัฐบาลสิงคโปร์ เดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ ทั้งแจกเงินสด คูปองน้ำมันสำหรับคนขับแท็กซี่-รถรับจ้าง พร้อมเพิ่มลดภาษีนิติบุคคลเป็น 50% หลังสงครามอิหร่านฉุดพลังงานพุ่ง หวังพยุงเศรษฐกิจไม่สะดุด

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสิงคโปร์อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 2.8 หมื่นล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
  • มาตรการหลักประกอบด้วยการแจกเงินสดแก่ผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์, มอบคูปองน้ำมันให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถรับจ้าง
  • มีการเพิ่มส่วนลดภาษีนิติบุคคลเป็น 50% จากเดิมที่ประกาศไว้ 40% เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจฟฟรีย์ ซิ่ว รัฐมนตรีอาวุโสแห่งกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 7 เม.ย.69 ระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายซิ่ว ระบุว่า แพ็กเกจดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่ามาตรการที่รัฐบาลสิงคโปร์เคยใช้รับมือภายหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 ซึ่งก็เป็นอีกวิกฤตหนึ่งที่ฉุดให้ราคาพลังงานโลกทะยาน

พร้อมยืนยันว่า "รัฐบาลตระหนักดีถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่ทราบว่าความขัดแย้งและผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยืดเยื้อนานเพียงใด"

สำหรับสาระสำคัญของมาตรการ รอยเตอร์ระบุว่า แพ็กเกจช่วยเหลือครั้งนี้ประกอบด้วยหลายมาตรการ ได้แก่ เงินสดช่วยเหลือ แก่ชาวสิงคโปร์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ คูปองน้ำมัน สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถรับจ้างเอกชน และผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มเรียกรถ เพิ่มส่วนลดภาษีนิติบุคคล เป็น 50% จากเดิมที่ประกาศไว้ในงบประมาณปีงบประมาณ 2569 ที่ 40%

เศรษฐกิจยังสดใส แต่จับตาใกล้ชิด

ด้านนายกัน คิม ยอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตอาจได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยกระทรวงการค้าได้คาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 2–4 และจะประกาศปรับเปลี่ยนตัวเลขหากจำเป็นในการทบทวนประจำเดือนหน้า

ความมั่นคงด้านพลังงาน หัวใจสำคัญของสิงคโปร์

นายศรีนิวาสัน ชานมูแกม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เน้นย้ำว่า สิงคโปร์พึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้าถึง 95% ของความต้องการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และในปีนี้ราว 9% ของความต้องการพลังงานมีแผนนำเข้าจากกาตาร์

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่ายังไม่ได้ดึงสำรองพลังงานของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยก๊าซธรรมชาติและดีเซล และกำลังพิจารณาเพิ่มปริมาณสำรอง แม้จะมีต้นทุนสูง

นายชานมูแกมกล่าวอีกว่า ในฐานะศูนย์กลางการค้าน้ำมันใหญ่อันดับ 3 และศูนย์กลางการส่งออกโรงกลั่นอันดับ 6 ของโลก สิงคโปร์ยังคงสามารถตอบสนองความต้องการในประเทศและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านเชื้อเพลิงได้อย่างต่อเนื่อง

"สิ่งนี้ทำให้สิงคโปร์ยังคงมีความสำคัญในการค้าพลังงานระหว่างประเทศ และช่วยให้เราสามารถเข้าถึงน้ำมันดิบได้อย่างต่อเนื่อง" นายชานมูแกมกล่าว

สำหรับงบประมาณปีงบประมาณ 2569 (เมษายน–มีนาคม) ที่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์คาดการณ์ว่าจะเกินดุลงบประมาณที่ 8,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์ส