
สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านรอบ 9 สงครามยืด ดันน้ำมันโลกพุ่ง 16% จับตาเศรษฐกิจ
ตะวันออกกลางเดือด สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกหนัก ราคาน้ำมันทะยานต่อ WTI พุ่ง 16% ตลาดหวั่นวิกฤตพลังงาน ด้านนักลงทุนจับตาผลกระทบเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่ 9 และมีการโจมตีตอบโต้กัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ
- ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นราว 16% ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- การสู้รบได้ขยายวงกว้างเกินกว่าเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งลดโอกาสในการเจรจาเพื่อหยุดยิง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกที่ 9 ในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ
ขณะที่อิหร่านได้โจมตีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลงในระยะใกล้นี้
ทั้งนี้ การโจมตีตอบโต้กันไปมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้ขยายวงกว้างออกไปเกินกว่าเป้าหมายทางทหารโดยตรง โดยรวมไปถึงสะพาน สาธารณูปโภค
และสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโอกาสน้อยลงที่อิหร่านและสหรัฐฯ จะหันหน้าเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร
นอกจากนี้ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความบน Telegram เมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อเรียกร้องบางประการที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อาจยังคงไม่สามารถหาข้อยุติได้
สถานกาารณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.41% แตะที่ระดับ 84.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ในเวลา 07.18 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ (20 ก.ค.)
หลังจากทะยานขึ้น 4.48% ปิดที่ 82.49 ดอลลาร์/บาร์เรลในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) และตลอดสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นราว 16%
CENTCOM ระบุว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งนับเป็นรายที่ 3 ของการสู้รบระลอกล่าสุดกับอิหร่าน ส่งผลให้ยอดรวมของทหารอเมริกันที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.







