
นักวิชาการในอิหร่านเผย พร้อมขายน้ำมันราคาถูกให้ไทย เมินเจรจาสหรัฐฯที่กดขี่
ดร.เลอพงษ์เผย อิหร่านพร้อมขายน้ำมันราคาถูกให้ไทย ย้ำอิหร่านพร้อมรบยืดเยื้อ ไม่สนเจรจาสหรัฐฯในเงื่อนไขที่เป็นรอง
KEY
POINTS
- นักวิชาการในอิหร่านเผยว่า อิหร่านพร้อมเสนอขายน้ำมันให้ไทยในราคาที่ถูกกว่าตลาดโลก เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่น เช่น ข้าวสาร โดยกำลังรอการตอบรับจากทางการไทย
- ข้อเสนอดังกล่าวเป็นผลจากความสัมพันธ์อันดีและความน่าเชื่อถือที่ไทยมีต่ออิหร่าน สะท้อนจากการที่เรือสินค้าไทยได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
- อิหร่านปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจากมองว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม มีลักษณะกดขี่ และละเมิดอธิปไตยของประเทศ
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสข่าวการเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ยังห่างไกลความเป็นจริง เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ประจำภาควิชาอิสลามการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุสฏอฟา และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ซึ่งพำนักอยู่ในเมืองกุม (Qom) ได้ให้สัมภาษณ์สะท้อนภาพเชิงลึกในพื้นที่ ผ่านรายการ “เข้าเรื่อง” ทางช่องยูทูปฐานเศรษฐกิจ
ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นแบ่ง “มิตร-ศัตรู”
ดร.เลอพงษ์ กล่าวถึงรูปแบบการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันว่า “ไม่ใช่การปิดโดยสมบูรณ์” แต่เป็นการ “จำกัดการผ่าน” อย่างมีเงื่อนไข เรือทุกลำที่ต้องการผ่าน จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากทางการอิหร่านก่อน โดยจะมีการตรวจสอบทั้งสัญชาติ เจ้าของเรือ และสินค้าที่บรรทุก หากพบว่าเกี่ยวข้องกับสหรัฐหรืออิสราเอล จะไม่ได้รับอนุญาต และมีความเสี่ยงถูกโจมตี โดยก่อนหน้านี้กองทัพเรือของ IRGC ได้ประกาศชัดเจนว่าเรือที่จะแล่นผ่านต้องขออนุญาตก่อนเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเรือของชาติศัตรูหรือไม่
กรณี เรือบางจาก (Bangchak Chemical) ของประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้แล่นผ่านไปได้แล้ว ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับหลายประเทศในยุโรปเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือต่ออิหร่านในระดับสูง ความสำเร็จนี้เกิดจากการประสานงานหลายฝ่าย ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศของไทยประสานไปยังสถานทูต และสถานทูตประสานต่อไปยังทางการอิหร่าน รวมถึงการประสานงานผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอิหร่านเพื่อพิสูจน์ว่านี่คือเรือไทยและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาติคู่ขัดแย้ง ซึ่งเรือ SCG เป็นอีกลำ ที่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเจรจา และคาดว่าจะได้รับอนุญาตให้แล่นผ่านได้ในเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตาม ดร.เลอพงษ์ย้ำว่า แม้อิหร่านจะพร้อมอำนวยความสะดวกให้ชาติพันธมิตร แต่ทุกอย่างต้องผ่านการเจรจาตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่ถูกต้อง ไม่สามารถแล่นผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่แจ้งได้
อิหร่านพร้อมขายน้ำมันราคาถูกให้ไทย
ดร.เลอพงษ์ เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิหร่านได้ประกาศพร้อมช่วยเหลือประเทศไทยในภาวะวิกฤตพลังงานและเชื้อเพลิงราคาแพง โดยอิหร่านยื่นข้อเสนอส่งน้ำมันให้ไทยในราคาที่ถูกกว่าตลาดโลก เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่น ตอนนี้รอเพียงให้ทางการไทยแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนก่อน เพื่อนำไปสู่การเจรจาในขั้นตอนต่อไป
“อิหร่านพร้อมแล้ว ข้าวสารไทยเราก็มีค้างสต็อกอยู่มหาศาล แต่ปัญหาคือมันมีกลไกบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในประเทศ” นักวิชาการเผย
พร้อมกล่าวต่อไปว่า อยากให้คนไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้ เราต้องรักษาสมดุล ทั้งในมิติของการทูต และขั้วอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไปในโลก ไทยควรขยับเพื่อสร้างพันธมิตรทางเลือกอื่นได้แล้ว วันนี้อิหร่านต้องการข้าวสารไทยอย่างมหาศาล และไทยก็ต้องการน้ำมันราคาถูก เพราะลำพังปัจจุบันน้ำมันเราก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว
ประเทศสเปนเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้แสดงจุดยืนในรัฐสภา โดยพูดอย่างตรงไปตรงมาถึงการละเมิดของอิสราเอลและท่าทีการสนับสนุนอิหร่าน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) รายงานว่า อิหร่านได้ส่งสารถึงสเปน โดยเสนอขายก๊าซธรรมชาติให้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อเป็นการตอบแทนที่สเปนประกาศจุดยืนเคียงข้าง นี่คือสิ่งที่อิหร่านกำลังขับเคลื่อนเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือชาติพันธมิตร
“หันกลับมามองประเทศไทย เราเป็นชาติอันดับต้น ๆ ของโลก และน่าจะเป็นชาติแรก ๆ ในอาเซียน ที่เรือสินค้าได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ในเมื่ออิหร่านมอบโอกาสให้เราถึงขนาดนี้ ขนาดสเปนยังได้รับข้อเสนอก๊าซธรรมชาติ แล้วทำไมไทยที่ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรจะไม่ได้รับโอกาสเรื่องน้ำมันราคาถูกบ้าง” ดร.เลอพงษ์กล่าว
อิหร่านสู้ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” การเจรจาต้องไม่กดขี่
ในเชิงยุทธศาสตร์ อิหร่านเลือกใช้แนวทางตอบโต้แบบสมมาตร หรือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” อย่างชัดเจน แนวทางนี้ทำให้สถานการณ์มีความเสี่ยงที่จะยกระดับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทุกการโจมตีมีแนวโน้มจะถูกตอบโต้ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่า
“หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงงานนิวเคลียร์ อิหร่านก็จะตอบโต้กลับไปยังเป้าหมายที่มีลักษณะเดียวกันของฝ่ายตรงข้าม” ดร.เลอพงษ์อธิบาย
ในประเด็นการเจรจาสันติภาพ ดร.เลอพงษ์ ระบุว่าข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสันติภาพ แต่เป็น "ข้อเสนอเชิงบังคับและกดขี่" ซึ่งอิหร่านเคยปฏิเสธมาแล้วในการเจรจาผ่านโอมานก่อนสงครามจะเริ่ม โดยมีเงื่อนไขที่ล้ำเส้นอธิปไตยของอิหร่าน เช่นสั่งห้ามพัฒนาขีปนาวุธและโรงงานนิวเคลียร์ ,บังคับส่งมอบแร่ยูเรเนียมที่สกัดแล้ว 400 กิโลกรัม และการสั่งให้ยุติการสนับสนุนกลุ่มขบวนการต้านทานในภูมิภาค
มีการตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล ใช้ข้ออ้างเรื่องหัวรบนิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี 1996 เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตี ทั้งที่อิหร่านเป็นสมาชิก IAEA และ NPT มีการตรวจสอบโดยInspectors (นักสืบนิวเคลียร์)ตลอดเวลา ซึ่งยืนยันว่าการพัฒนาเป็นไปเพื่อพลังงานไฟฟ้า การเกษตร และการแพทย์เท่านั้น ในขณะที่อิสราเอลไม่ได้เป็นสมาชิก IAEA และไม่ยอมให้ใครตรวจสอบ แต่กลับเป็นประเทศที่นักวิชาการทั่วโลกยืนยันว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ จริง
เมื่อเทียบกับวิกฤตการณ์ในปี 1973 Oil Crisis ที่จบลงบนโต๊ะเจรจา อาจารย์วิเคราะห์ปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเจรจาในครั้งนี้ไว้ดังนี้
- การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์ : หากทรัมป์ยังคงดำเนินนโยบายแข็งกร้าวตามการลอบบี้ของกลุ่มทุนยิวไซออนิสต์ใน Wall Street การเจรจาจะไม่มีวันเกิดขึ้น
- กระแสต่อต้านระดับโลก: สงครามเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและก๊าซทั่วโลก จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อความเชื่อมั่นที่โลกมีต่อสหรัฐฯ จนอาจทำให้ทรัมป์ต้องยอมถอย
- เป้าหมายสูงสุดของอิหร่าน: ปัจจัยชี้ขาดคือการที่อิหร่านต้องการขับไล่ฐานทัพสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (คูเวต, กาตาร์, บาห์เรน, UAE, ซาอุฯ, อิรัก) เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน
ภาพชีวิตในอิหร่าน
ดร.เลอพงษ์ สะท้อนสิ่งที่น่าสนใจคือ แม้อยู่ภายใต้สถานการณ์สงคราม แต่ชีวิตประจำวันของประชาชนในอิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ไม่มีภาพของความโกลาหลหรือการกักตุนสินค้าอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงมีสินค้าเพียงพอ ระบบสาธารณูปโภคยังดำเนินได้ตามปกติ
ในทางกลับกัน หลังช่วงเวลาละหมาดค่ำ ประชาชนจำนวนมากจะออกมารวมตัวกันตามท้องถนน ขับรถ โบกธง และแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพ พร้อมทั้งประณามสหรัฐและอิสราเอล บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นทุกคืนตั้งแต่เริ่มสงคราม สะท้อนว่าประชาชนยังคงยืนอยู่ข้างรัฐ





