thansettakij
thansettakij
เปิดภาพ 'ซากขีปนาวุธ' จากอิหร่าน ปักพื้นดินในเขตเวสต์แบงก์ อิสราเอล

เปิดภาพ 'ซากขีปนาวุธ' จากอิหร่าน ปักพื้นดินในเขตเวสต์แบงก์ อิสราเอล

24 มี.ค. 69 | 09:07 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 09:19 น.

สงครามตะวันออกกลาง : สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยภาพ "ซากขีปนาวุธ" ปักกลางหมู่บ้านในเวสต์แบงก์ หลังอิหร่านถล่มพลาดเป้า ขณะที่สื่ออิสราเอล รายงานว่าเหตุโจมตีดังกล่าวจากอิหร่าน ทำระเบิดพวงตกใส่ร้านเสริมสวยขณะสตรีปาเลสไตน์เตรียมมื้อรอมฎอน ดับ 5 เจ็บอื้อ

KEY

POINTS

  • พบซากขีปนาวุธจากอิหร่านตกในพื้นที่ชุมชนเขตเวสต์แบงก์ ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
  • เหตุการณ์โจมตีครั้งรุนแรงเกิดขึ้นที่ร้านเสริมสวยในเมืองเบอิต อาววา โดยขีปนาวุธที่บรรจุระเบิดพวงทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 รายและบาดเจ็บ 9 ราย
  • ความไม่แม่นยำของขีปนาวุธที่มุ่งเป้าโจมตีอิสราเอล กลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์
  • ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย เช่น ระบบแจ้งเตือนภัยและห้องหลบภัยที่ได้มาตรฐาน ซึ่งแตกต่างจากฝั่งอิสราเอล

สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยภาพสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางในวันนี้ (24มี.ค.69) เป็นการพบ "เศษซากขีปนาวุธ" ปักคาพื้นดินในหมู่บ้านคิฟล์ ฮาริส ใกล้กับเมืองนาบลุส เขตเวสต์แบงก์

ภาพลิขสิทธิ์สำนักข่าวรอยเตอร์ส

โดยคำบรรยายใต้ภาพของรอยเตอร์ส ระบุว่า ชาวบ้านยืนอยู่ข้างเศษซากขีปนาวุธที่พุ่งตกลงมาปักคาพื้นดิน ภายในหมู่บ้านคิฟล์ ฮาริส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองนาบลุส ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026

ขณะที่สื่ออิสราเอลอย่าง Times of Israel รายงานว่า เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ในเขตเวสต์แบงก์ หลังขีปนาวุธจากอิหร่านตกลงในพื้นที่ชุมชน ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมตีแผ่ปัญหาการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันภัยและระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพสำหรับพลเรือนในพื้นที่ขัดแย้ง

เปิดภาพ 'ซากขีปนาวุธ' จากอิหร่าน ปักพื้นดินในเขตเวสต์แบงก์ อิสราเอล

Times of Israel รายงานว่าเหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อระเบิดพวง (Cluster Bomb) จากมิสไซล์ของอิหร่านพุ่งเป้าถล่มร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในเมืองเบอิต อาววา (Beit Awwa) ทางตอนใต้ของเวสต์แบงก์ ขณะที่กลุ่มสตรีชาวปาเลสไตน์กำลังเตรียมมื้ออาหารละศีลอดในช่วงเดือนถือศีลอดหรือเดือนรอมฎอน

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย เป็นสตรีอายุระหว่าง 17-50 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 9 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบ

รายงานระบุว่า แม้เป้าหมายหลักของอิหร่านจะเป็นพื้นที่ในอิสราเอล แต่ความไม่แม่นยำของอาวุธวิถีโค้งผนวกกับการใช้ระเบิดพวงที่มีอานุภาพทำลายล้างเป็นวงกว้าง ได้กลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ ซึ่งแตกต่างจากชาวอิสราเอลที่มีระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสมาร์ทโฟนและไซเรนเตือนภัยครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงมีห้องหลบภัย (Bomb Shelter) ที่ได้มาตรฐาน

ในทางกลับกัน ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่บริหารทางทหารของอิสราเอลกลับไม่มีระบบแจ้งเตือนที่เป็นเอกเทศ ส่วนใหญ่ต้องอาศัยเสียงไซเรนจากนิคมชาวยิวใกล้เคียงเป็นสัญญาณเตือน หรือผ่านแอปพลิเคชันของอิสราเอลซึ่งเข้าถึงได้ไม่ครอบคลุม นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการขาดแคลนอาคารหลบภัยที่มั่นคงแข็งแรง โดยบ้านเรือนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีโครงสร้างที่ไม่สามารถต้านทานแรงระเบิดหรือสะเก็ดระเบิดได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจปาเลสไตน์ยังรายงานเพิ่มเติมว่า พบผู้เสียชีวิตรายที่ 5 ซึ่งคาดว่าเกิดจากความแตกตื่นขณะเกิดเหตุโจมตี ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของปาเลสไตน์ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรวมตัวในพื้นที่เสี่ยงและให้อยู่ในสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดในช่วงที่มีการโจมตีทางอากาศ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานท่ามกลางความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านเริ่มปรับเปลี่ยนยุทธวิธีมาใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบระเบิดพวง ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในเขตเวสต์แบงก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้