
S&P ชี้"ปิดช่องแคบฮอร์มุซ" พ่นพิษ! ทุบกำไร บจ.เอเชีย-เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้
วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางลามหนัก ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล หลังเส้นทางขนส่ง "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดกั้น จับตาบจ.เอเชียตะวันออกและอาเซียนอ่วม ต้นทุนพุ่ง-กำไรวูบ สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าชี้ความเสี่ยงเครดิตขยับสู่ "สีส้ม" ระบุสายการบิน-สื่อ-ก่อสร้าง กลุ่มเสี่ยงสูง
KEY
POINTS
- S&P Global ชี้ว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรและสภาวะสินเชื่อของบริษัทจดทะเบียนในเอเชีย
- สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและเกาหลีใต้ที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง
- อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักและมีความเสี่ยงสูง ได้แก่ สายการบิน, สื่อและบันเทิง, อากาศยานและการป้องกันประเทศ และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
ฮังยู มา (Hangyu Ma) ผู้เชี่ยวชาญจาก เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิตและเครดิตของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (3,250 บาท) ต่อบาร์เรล เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 20% ของโลกถูกปิดกั้น
น้ำมันพุ่ง 100 ดอลลาร์ เขย่าโครงสร้างต้นทุน
จากแบบจำลองสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (EWS) พบว่าระบบเศรษฐกิจที่ต้องนำเข้าพลังงานในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญความกดดันด้านความสามารถในการทำกำไรและสภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงได้เขย่าโครงสร้างต้นทุนภาคการผลิตอย่างรุนแรง
อาเซียน-เกาหลีใต้ กลุ่มเสี่ยงเครดิตเสื่อมถอย
รายงานระบุว่า ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569 สัญญาณเตือนภัยด้านเครดิต (Traffic-light Scale) ในดัชนีตลาดหลักของเอเชียเริ่มเปลี่ยนจาก "สีเขียว" เป็น "สีส้ม" เพิ่มขึ้นเป็น 19% สะท้อนถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนที่มีสัดส่วนสัญญาณสีส้มพุ่งสูงที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและมีมาตรการกันชนทางการเงินจำกัด
4 ธุรกิจกลุ่มเสี่ยง "สายการบิน-สื่อ" กระทบหนัก
- สายการบิน: รับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงโดยตรง
- สื่อและบันเทิง: ผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจชะลอตัว
- อากาศยานและการป้องกันประเทศ: ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- วัสดุก่อสร้าง: ต้นทุนการผลิตและขนส่งที่พุ่งสูงตามราคาน้ำมัน
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากฐานะทางการเงินที่มั่นคงและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ดีกว่ากลุ่มอื่น
ที่มา S&P Global






