
“เวียดนาม” จับมือรัสเซีย ลุยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสริมความมั่นคงพลังงาน
นายกรัฐมนตรีฟาม มินห์ ชินห์ และนายมิคาอิล มิชูสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเวียดนาม หลังจากการเจรจาเสร็จสิ้น (ภาพถ่ายโดย VNA/VNS โดย Dương Giang)
KEY
POINTS
- เวียดนามร่วมมือกับรัสเซีย ลงนามข้อตกลงก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงไฟฟ้าขาดแคลนและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
- โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้คาดว่าจะมีหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ออกแบบโดยรัสเซียจำนวน 2 หน่วย กำลังการผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์
- ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการรื้อฟื้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของเวียดนามอีกครั้ง หลังจากที่เคยระงับโครงการไปในปี 2016 เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยและงบประมาณ
สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Reuters รายงานว่า เวียดนามยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาวะไฟฟ้าขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งมีสาเหตุจากทั้งการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ชนชั้นกลางที่ขยายตัว และปัจจัยสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น เช่น ภัยแล้งและพายุ
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว เวียดนามจึงเร่งหาทางเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในระยะยาว โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด คือ การกระชับความร่วมมือด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยเฉพาะการผลักดันโครงการพลังงานนิวเคลียร์
รายงานจากสำนักข่าว Vietnam News ระบุว่า เวียดนามอยู่ระหว่างการเร่งกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์ไฟฟ้าตึงตัว โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่กับการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
24 มีนาคม 2569 สำนักข่าว Vietnam News รายงานว่า นายฟาม มินห์ ชินห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนามและนายมิคาอิล มิชูสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเวียดนามและรัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเวียดนาม โดยทั้งสองกล่าวว่านี่เป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ และแสดงความมั่นใจว่าโครงการนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของมิตรภาพระหว่างเวียดนามและรัสเซีย
นอกจากนี้ เวียดนามและรัสเซียยังได้ตกลงที่จะกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน น้ำมันและก๊าซให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเป็นการปูทางไปสู่โครงการร่วมใหม่ๆ ในอนาคต ข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในระหว่างการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้งสอง หลังจากพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการในกรุงมอสโกสำหรับผู้นำเวียดนามและคณะผู้แทนระดับสูง ซึ่งเดินทางเยือนตามคำเชิญของรัฐบาลรัสเซีย
นายกรัฐมนตรีมิชูสติน กล่าวยืนยันว่า รัสเซียให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมกับเวียดนาม ถือว่าเวียดนามเป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือในหลากหลายภาคส่วน
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเวียดนามยืนยันว่า รัสเซียยังคงเป็นมิตรที่ไว้วางใจได้และเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของเวียดนามในยุโรป
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการเจรจา สร้างความไว้วางใจทางการเมือง และเพิ่มการแลกเปลี่ยนในทุกระดับผ่านช่องทางต่างๆ โดยระบุว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคี มุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับการส่งออกของกันและกัน และส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยินดีกับการลงนามในข้อตกลงหลายฉบับในด้านพลังงาน น้ำมันและก๊าซ และการขนส่งระหว่างภาคธุรกิจจากทั้งสองประเทศในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในบริบทปัจจุบัน
ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการเพิ่มขีดความสามารถการผลิตไฟฟ้า โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ออกแบบโดยรัสเซียจำนวน 2 หน่วย มีกำลังการผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์ (MW)
ก่อนหน้านี้ เวียดนามเคยเริ่มโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในภาคกลางตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 แต่ได้ระงับโครงการในปี 2016 เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยและงบประมาณ หลังนั้นในปี 2024 เวียดนามได้กลับมาเดินหน้าโครงการพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง และได้เชิญทั้งญี่ปุ่นและรัสเซียเข้ามาดำเนินโครงการ แต่ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โตเกียวได้ตัดสินใจถอนตัวจากแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวียดนาม





