
'ทรัมป์' ยื่นคำขาด บีบ 'NATO-จีน' ส่งกองเรือรบร่วมลุยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับแรงกดดัน ยื่นคำขาดชาติพันธมิตร NATO และจีน หากไม่ส่งกองเรือรบร่วมคุ้มกันเส้นทางน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ เตรียมเผชิญ "อนาคตที่ย่ำแย่" ขณะที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ยันเน้นตั้งรับเท่านั้น เมินร่วมวงสงครามเต็มตัว
KEY
POINTS
- โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดเรียกร้องให้ชาติพันธมิตร NATO และจีน ส่งกองกำลังทางเรือเข้าร่วมภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกอิหร่านปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน
- ทรัมป์ขู่ว่าอนาคตของ NATO อาจตกอยู่ในภาวะย่ำแย่ และจะเลื่อนการประชุมสุดยอดกับผู้นำจีน หากไม่ให้ความร่วมมือในการกดดันอิหร่าน
- ข้อเรียกร้องที่สำคัญคือขอให้ยุโรปส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดและหน่วยคอมมานโด เพื่อจัดการภัยคุกคามจากโดรนและทุ่นระเบิดตามชายฝั่งอิหร่าน
- ชาติพันธมิตรส่วนใหญ่ยังคงลังเลและตอบรับอย่างเย็นชาต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ขณะที่อิหร่านออกมาท้าทายกลับ
เกาะติดสถานการณ์สงครามอิหร่าน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม กำลังผลักดันให้เศรษฐกิจโลกก้าวสู่จุดเสี่ยงสูงสุดในรอบทศวรรษ
เมื่อ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ทางการค้าซึ่งมีน้ำมันไหลผ่านกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกอิหร่านปิดตายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบโต้การโจมตีทางทหาร
ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลอัพเดทท่าทีล่าสุดจากสื่อต่างประเทศชั้นนำหลายสำนักที่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์เจาะลึกทุกมิติของวิกฤตการณ์ครั้งนี้
ทรัมป์ยื่นคำขาด NATO-จีน หากเมินช่วยเปิดทางน้ำมัน เตรียมเผชิญ "อนาคตที่ย่ำแย่"
Financial Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่า อนาคตของกลุ่ม NATO อาจตกอยู่ในภาวะ "ย่ำแย่มาก" หากประเทศพันธมิตรในยุโรปปฏิเสธที่จะส่งกองกำลังเข้าร่วมภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์วิจารณ์ว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ "ใจดีเกินไป" ในการช่วยเหลือยูเครน แต่เมื่อถึงคราวที่สหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือ พันธมิตรกลับแสดงท่าทีลังเล
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ที่จะ เลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ออกไป หากปักกิ่งไม่ใช้อิทธิพลกดดันอิหร่าน โดยชี้ว่าจีนพึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ถึง 90%
ข้อเรียกร้องสำคัญของทรัมป์คือการขอให้ยุโรปส่ง "เรือกวาดทุ่นระเบิด" และหน่วยคอมมานโดเพื่อกำจัด "กลุ่มคนไม่ดี" ตามชายฝั่งอิหร่านที่คอยป่วนการเดินเรือด้วยโดรนและทุ่นระเบิด
เสียงตอบรับที่ "เงียบงัน" จากพันธมิตร ขณะที่อิหร่านท้าทาย "แน่จริงก็ส่งเรือมา"
Al Jazeera รายงานว่า แม้ทรัมป์จะประกาศผ่าน Truth Social เรียกร้องให้นานาชาติ ทั้งจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษ ร่วมส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้า แต่ผลตอบรับกลับเป็นไปอย่างเย็นชา
ญี่ปุ่นระบุว่าต้องใช้ "วิจารณญาณที่เป็นอิสระ" ขณะที่เยอรมนีแสดงความกังขาต่อประสิทธิภาพของแผนการดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาเยาะเย้ยคำคุยของทรัมป์ที่อ้างว่าทำลายแสนยานุภาพทางเรือของอิหร่านไปหมดแล้ว โดยระบุว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ให้เขาส่งเรือเข้ามาในอ่าวเปอร์เซียได้เลยหากกล้าพอ"
ปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 1,000 ลำที่ยังคงจอดนิ่งไม่สามารถผ่านช่องแคบได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อังกฤษเตรียมส่ง "โดรนล่าทุ่นระเบิด" ร่วมวง ท่ามกลางการสูญเสียของกองทัพสหรัฐฯ
BBC News ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร ได้หารือกับทรัมป์ถึงความสำคัญของการเปิดเส้นทางเดินเรือเพื่อลดภารค่าครองชีพทั่วโลก แม้อังกฤษจะยังไม่รับปากเรื่องการส่งเรือรบขนาดใหญ่ แต่ เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีพลังงาน เผยว่ากำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ รวมถึงการใช้ "โดรนล่าทำลายทุ่นระเบิดอัตโนมัติ"
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงความสูญเสียในกองทัพสหรัฐฯ โดยมีการยืนยันรายชื่อทหาร 6 นายที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรักระหว่างปฏิบัติภารกิจต่อต้านอิหร่าน ขณะที่ฐานทัพในอังกฤษอย่าง RAF Fairford ถูกใช้เป็นจุดปล่อยตัว เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 Lancer ที่บรรทุกระเบิดทำลายบังเกอร์ (Bunker Buster) เพื่อโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน
รัฐอ่าวอาหรับผวา! อิหร่านขู่ขยายวงสงคราม โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
AP News สำนักข่าว AP รายงานว่ากลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ทั้งบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และ UAE ต้องเร่งสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่อย่างต่อเนื่อง อิหร่านได้กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและท่าเรือใน UAE เป็นจุดลักลอบโจมตี เกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และขู่ว่าจะโจมตีท่าเรือหลัก 3 แห่งใน UAE เป็นการตอบโต้
วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการสัญจรทางอากาศทั่วโลกและการส่งออกน้ำมัน ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนในกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับแล้วอย่างน้อย 12 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ
วิเคราะห์ทางยุทธวิธี "แค่คุ้มกันไม่พอ" อาจต้องใช้ "กองกำลังภาคพื้นดิน"
NBC News รายงานอ้างอิงนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงให้ความเห็นผ่าน NBC ว่า ภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่แคบทำให้อิหร่านสามารถโจมตีจากฝั่งได้ง่ายด้วยขีปนาวุธระยะสั้นและโดรน
Michael A. Horowitz ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ระบุว่า หากต้องการหยุดยั้งภัยคุกคามอย่างถาวร สหรัฐฯ และพันธมิตรอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องส่ง "ทหารราบ (Boots on the ground)" เข้ายึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามชายฝั่งของอิหร่าน
แม้ทรัมป์จะอ้างว่าทำลายกองทัพอิหร่านไปเกือบหมดสิ้น แต่เขาก็ยอมรับว่าอิหร่านยังมีความสามารถในการสร้าง "ความรำคาญ" (Nuisance) ด้วยการวางทุ่นระเบิดหรือส่งโดรนเพียงไม่กี่ลำ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ตลาดน้ำมันปั่นป่วน
ทำเนียบขาวมั่นใจปิดเกมได้ในไม่กี่สัปดาห์ แม้อิหร่านประกาศกร้าวไม่ขอเจรจา
Reuters อ้างอิงแหล่งข่าวจากรอยเตอร์สระบุว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเจรจากับ 7 ประเทศเพื่อจัดตั้งกองกำลังนานาชาติอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าสงครามจะยุติลงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงทันทีหลังจากนั้น
อย่างไรก็ตาม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบให้เฉพาะเรือที่ไม่ใช่พันธมิตรของสหรัฐฯ เท่านั้น และปฏิเสธการเจรจาใดๆ กับรัฐบาลทรัมป์ตราบเท่าที่การโจมตียังดำเนินอยู่
แรงกดดันในสหรัฐฯ พุ่งปรี๊ด! ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่ง 70 เซนต์ ทำทรัมป์นั่งไม่ติด
The Independent รายงานชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากสภาคองเกรสและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 70 เซนต์ต่อแกลลอนในเวลาเพียงสองสัปดาห์
ส.ว. โรเจอร์ มาร์แชลล์ จากพรรครีพับลิกันระบุว่า "เสรีภาพไม่มีคำว่าฟรี" และชาวอเมริกันต้องยอมเสียสละเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว แต่ผลโพลระบุว่าชาวอเมริกันกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ ทำให้ทรัมป์ต้องเร่งสร้างผลงานด้วยการพยายามดึงพันธมิตรมาแบ่งเบาภาระต้นทุนสงครามและการคุ้มกันน่านน้ำ











