
"ทรัมป์" สั่งกองทัพ "ปิดล้อมฮอร์มุซ" หั่นงบฯซ้อมรบกับเกาหลีใต้
โลกตึงเครียดอีกรอบ "ทรัมป์" สั่งกองทัพเรือปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซหลังดีลอิหร่านล่ม พร้อมลดซ้อมรบเกาหลีใต้เซ่นปมเมินช่วยรบ กระทบความมั่นคงพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านล้มเหลว
- การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น และสร้างความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
- ทรัมป์ยังประกาศลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ โดยให้เหตุผลเรื่องงบประมาณและความไม่พอใจที่เกาหลีใต้ปฏิเสธให้ความร่วมมือในประเด็นอิหร่าน
สำนักข่าว CNN รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสองภูมิภาคสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจใช้มาตรการทางทหารขั้นเด็ดขาดหลังการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่ยาวนานกว่า 21 ชั่วโมงล้มเหลวลง
ส่งผลให้สหรัฐฯ เตรียมเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนไปยังพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ด้วยการประกาศลดการซ้อมรบร่วมครั้งสำคัญ,
ดีลล่ม สหรัฐฯ สั่งปิดตาย "ฮอร์มุซ" ตอบโต้ฉุกเฉิน
CNN รายงานระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มมาตรการปิดล้อม ท่าเรือของอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ หลังจากที่อิหร่านล้มเหลวในการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเสรีภายหลังการหยุดยิงชั่วคราว
โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันความพร้อมของปฏิบัติการดังกล่าว ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกโรงเตือนว่า เรือลำใดก็ตามที่พยายามเข้ามาใกล้จะถูกตอบโต้ด้วยกำลังขั้นรุนแรง
สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งสูงเกินกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่ข้อมูลการเดินเรือระบุว่าการจราจรผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบลดลงเหลือเพียง 40 ลำต่อวัน จากระดับสูงสุดที่ 72 ลำต่อวันในปี 2023 สะท้อนให้เห็นถึงความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
หั่นงบซ้อมรบเกาหลีใต้ เซ่นปม "ปฏิเสธ" ช่วยทำศึกอิหร่าน
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ได้ประกาศลดขนาดการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับเกาหลีใต้ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ที่เดิมมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคมนี้
โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่าการซ้อมรบดังกล่าวมีความสิ้นเปลืองงบประมาณสูง ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระส่วนใหญ่ และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นศัตรู ต่อ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่เขามีความสัมพันธ์อันดีด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาคือทรัมป์ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้ส่วนหนึ่งมาจากความไม่พอใจที่เกาหลีใต้ปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนภารกิจปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทรัมป์เผยว่าเมื่อถามเกาหลีใต้ถึงความร่วมมือดังกล่าว กลับได้รับคำตอบว่า "ไม่ ขอบใจ"
"คุชเนอร์" เดินสายดับไฟ - "เมกกะดีล" พันธมิตรใหม่เสริมทัพ
ท่ามกลางความร้อนแรง จาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาพิเศษ ได้เร่งเดินสายในตะวันออกกลางเพื่อหาทางออก โดยได้เข้าหารือระดับพบน้อยครั้งกับผู้นำกลุ่มฮามาสในอียิปต์ และมีกำหนดการเข้าพบ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลในวันจันทร์เพื่อผลักดันแผนสันติภาพ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้แสดงความยินดีต่อการลงนามข้อตกลงการป้องกันร่วมแห่งเมกกะ (Mecca Joint Defence Agreement) ระหว่างซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารในรูปแบบคล้าย NATO
โดยระบุว่าหากสมาชิกรายใดถูกโจมตีจะถือว่าเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด ซึ่งทรัมป์มองว่านี่เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้กลุ่มประเทศตะวันออกกลางสามารถปกป้องตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดราม่ากองทัพ ทรัมป์เมินเสียงร้องเรียนบนเรือบรรทุกเครื่องบิน
ขณะที่ความตึงเครียดภายนอกพุ่งสูง ทรัมป์ยังต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในกรณีสภาพความเป็นอยู่บนเรือ USS Abraham Lincoln ที่ประจำการยาวนานกว่า 8 เดือนครึ่ง โดยทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อกังวลเรื่องสุขภาพจิตและขวัญกำลังใจของทหารโดยระบุว่าระยะเวลาประจำการดังกล่าวนั้น "ยังไม่นานพอ"
ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักการเมืองฝั่งเดโมแครตและครอบครัวทหารเป็นอย่างมาก แม้ว่ากองทัพเรือจะพยายามยืนยันว่าสถิติด้านสุขภาพจิตบนเรือยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเรือลำอื่นก็ตาม







