thansettakij
thansettakij
จีน-ไทย ผนึกกำลังทลาย "แก๊งฉ้อโกงบัตรเครดิตข้ามชาติ" เสียหาย 5 ล้านหยวน

ตำรวจจีน-ไทย จับมือทลาย "แก๊งฉ้อโกงบัตรเครดิตข้ามชาติ" เสียหาย 5 ล้านหยวน

14 ส.ค. 69 | 06:18 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 06:18 น.

ตำรวจจีน-ไทยร่วมมือสยบเครือข่ายฉ้อโกงบัตรเครดิตข้ามพรมแดน รวบผู้ต้องสงสัย 9 ราย ความเสียหายทะลุ 5 ล้านหยวน เปิดปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี

KEY

POINTS

  • ตำรวจไทยและจีนร่วมมือกันทลายแก๊งฉ้อโกงบัตรเครดิตข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย เป็นชาวจีน 4 ราย และชาวไทย 5 ราย
  • เครือข่ายดังกล่าวสร้างความเสียหายทางการเงินให้แก่พลเมืองจีนเป็นมูลค่ากว่า 5 ล้านหยวน หรือประมาณ 24.58 ล้านบาท
  • ขบวนการใช้วิธีเปิดร้านค้าในไทยบังหน้าเพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อ แล้วนำไปผลิตบัตรปลอมเพื่อทำธุรกรรมและฟอกเงิน
  • ปฏิบัติการครั้งนี้นำไปสู่การยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศเพื่อจัดตั้งกลไกปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในอนาคต

สำนักข่าวซินหัว รายงานข่าวตำรวจจีนและไทยผนึกกำลังทลายเครือข่ายฉ้อโกงบัตรเครดิตข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ที่มุ่งเป้าโจมตีพลเมืองจีน สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 4 ราย และชาวไทย 5 ราย พบความเสียหายทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้แล้วกว่า 5 ล้านหยวน หรือราว 24.58 ล้านบาท

ปฏิบัติการร่วมจับกุมเครือข่ายอาชญากรรม

กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า หน่วยงานได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยวางแผนปฏิบัติการปราบปรามและเข้าตรวจค้นสถานที่ก่อเหตุหลายจุดพร้อมกัน จนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้สำเร็จ โดยจุดเริ่มต้นของคดีมาจากการที่ตำรวจจีนตรวจพบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาตินี้ตั้งแต่ปี 2025 ก่อนเร่งประสานส่งต่อข้อมูลให้ฝ่ายไทยเข้าร่วมปฏิบัติการ

เปิดขบวนการ เปิดร้านบังหน้า-ขโมยข้อมูลบัตร

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องสงสัยหลัก 2 รายมีการแบ่งบทบาทกันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยรายแรกถูกกล่าวหาว่าเปิดร้านค้าในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าในการลักลอบเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อ ขณะที่อีกรายถูกกล่าวหาว่านำข้อมูลที่ขโมยมาไปผลิตบัตรปลอม ก่อนชักชวนพวกพ้องนำบัตรไปทำธุรกรรมฉ้อโกงและฟอกเงินที่ได้มาโดยมิชอบเพื่อหาผลประโยชน์

ความเสียหายทะลุ 5 ล้านหยวน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า จนถึงขณะนี้พบมูลค่าความเสียหายทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดีดังกล่าวแล้วมากกว่า 5 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 24.58 ล้านบาท และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการสอบสวนคืบหน้า

ก้าวต่อไป ยกระดับความร่วมมือจีน-ไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายครั้งแรกในรอบหลายปีระหว่างจีนและไทยที่มุ่งเป้าปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ทั้งสองฝ่ายยังเตรียมหารือจัดตั้งกลไกความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในอนาคต ครอบคลุมทั้งการแบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ วิเคราะห์ร่วมกัน ติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และกู้คืนทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ

 

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว