thansettakij
thansettakij
สรุปไทม์ไลน์ 12 วัน 'สงครามอิหร่าน' โจมตีเรือ 13 ลำ กลางช่องแคบฮอร์มุซ

สรุปไทม์ไลน์ 12 วัน 'สงครามอิหร่าน' โจมตีเรือ 13 ลำ กลางช่องแคบฮอร์มุซ

11 มี.ค. 2569 | 14:07 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 14:37 น.

สรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์โจมตีเรือกลางช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่เกิดเหตุสงครามอิหร่าน จนเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง 28 ก.พ.69 จนถึงวันนี้ 11 มี.ค.69 ที่มีเรือสินค้าไทย "มยุรี นารี" ถูกโจมตี และพบว่ามีเรืออีก 12 ลำไม่รอดการโจมตีกลางฮอร์มุซเช่นกัน ท่ามกลางคำประกาศกร้าวของอิหร่าน

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้า 13 ลำในช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 12 วัน (28 ก.พ. - 11 มี.ค. 69) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย "มยุรี นารี" เป็นหนึ่งในเรือที่ถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้และเสียหายหนัก ลูกเรือไทย 23 คนได้รับการช่วยเหลือ
  • สถานการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับที่อิหร่านประกาศนโยบาย "โจมตีตอบโต้ทันควัน" และขู่ว่าจะสกัดกั้นเรือที่มุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ และพันธมิตร

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศ ที่เกาะติดและรายงานข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด 

โดยมีการรายงานเหตุโจมตีเรือสินค้าหลายลำพร้อมกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  

โดยหนึ่งในเรือที่ได้รับความเสียหายหนักคือ "เรือมยุรี นารี" เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อสวัสดิภาพของลูกเรือชาวไทยและผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

รายละเอียดการโจมตีเรือ "มยุรีนารี" และการช่วยเหลือ

สื่อต่างประเทศ รายงานตรงกันว่า กองทัพเรือไทยและหน่วยปฏิบัติการทางเรือของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันว่า เรือบรรทุกสินค้า "มยุรีนารี" (Mayuree Naree) ซึ่งติดธงไทย ถูกโจมตีด้วย "วัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด" (unknown projectiles) ขณะล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศโอมานประมาณ 12 ไมล์ (ประมาณ 19 กิโลเมตร) แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกไหม้อย่างหนักบนตัวเรือจนมีกลุ่มควันพวยพุ่งมองเห็นได้จากระยะไกล

บนเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือชาวไทยปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั้งหมด 23 คน กองทัพเรือไทยได้รับรายงานเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. และได้ประสานงานขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ล่าสุดมีรายงานว่า กองทัพเรือโอมานได้ส่งกำลังเข้าช่วยเหลือและสามารถนำลูกเรือชาวไทยออกมาได้แล้ว 20 คน ส่วนอีก 3 คนที่เหลือกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการช่วยเหลือกู้ภัยอย่างเร่งด่วน

ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสอย่างเป็นทางการจากฝั่งไทย แต่ความเสียหายบนตัวเรือนั้นค่อนข้างมาก

การโจมตีที่เกิดขึ้นพร้อมกันในพื้นที่

เหตุการณ์ของเรือมยุรีนารีไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นในวันนี้ โดย UKMTO รายงานว่ามีเรือสินค้าอย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีในลักษณะเดียวกันในวันนี้ (11 มี.ค.69) ได้แก่:

เรือ One Majesty: เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ติดธงญี่ปุ่น ถูกโจมตีจนเป็นรูขนาด 10 เซนติเมตร บริเวณห่างจากท่าเรือราสอัลไคมาห์ (Ras Al Khaimah) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปทางเหนือ 29 ไมล์

เรือ Star Gwyneth: เรือบรรทุกสินค้าเทกอง (Bulk carrier) ติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกโจมตีบริเวณห่างจากดูไบไปทางเหนือ 57 ไมล์ แต่ลูกเรือปลอดภัยทั้งหมด

รวมแล้วตั้งแต่วิกฤตการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.69 มีรายงานเรือถูกโจมตีในพื้นที่นี้ไปแล้วถึง 13 ลำ 

ไทม์ไลน์เรือโดนโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ

28 กุมภาพันธ์ 2569

  • ​เรือ LCT Ayeh (ธงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์): ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ/ชิ้นส่วนระเบิด บริเวณใกล้เกาะ Zirko ห่างจากอาบูดาบีประมาณ 70 ไมล์ทะเล ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย

1 มีนาคม 2569

  • ​เรือบรรทุกน้ำมัน Skylight (ธงปานามา/เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอิหร่าน): ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธทางตอนเหนือของเมือง Khasab ประเทศโอมาน มีลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย
  • เรือ MKD Vyom (ธงหมู่เกาะมาร์แชลล์): ถูกโจมตีด้วยเรือโดรน (USV) ห่างจากชายฝั่งมัสกัต ประเทศโอมาน 52 ไมล์ทะเล เกิดระเบิดและไฟไหม้ในห้องเครื่อง ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ราย
  • เรือ Ocean Electra (หรือ Star Electra): ถูกโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธใกล้ช่องแคบฮอร์มุซขณะมุ่งหน้าไปดูไบ ความเสียหายไม่รุนแรง ลูกเรือปลอดภัย

2 มีนาคม 2569

  • ​เรือ Stena Imperative (ธงสหรัฐฯ): ถูกโจมตี 2 ครั้งขณะจอดที่ท่าเรือในบาห์เรน เกิดไฟไหม้ พนักงานท่าเรือเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย (ลูกเรือปลอดภัย)
  • เรือ Athe Nova (เกี่ยวข้องกับอิหร่าน): ถูกโดรนโจมตี 2 ลำขณะพยายามข้ามช่องแคบฮอร์มุซ

6 มีนาคม 2569

  • ​เรือลากจูง (Tugboat - ไม่ระบุชื่อ): ถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด ห่างจากชายฝั่งโอมาน 6 ไมล์ทะเล ในช่องแคบฮอร์มุซ

7 มีนาคม 2569

  • ​เรือสินค้า (ไม่ระบุชื่อ): ถูกโจมตีด้วยโดรน (UAV) ห่างจากเมืองจูเบล ซาอุดีอาระเบีย 10 ไมล์ทะเล ลูกเรือส่วนใหญ่ถูกอพยพออกเพื่อความปลอดภัย

11 มีนาคม 2569 (วันที่มีการโจมตีหนาแน่นที่สุด)

  • ​เรือ One Majesty (ธงญี่ปุ่น): เรือคอนเทนเนอร์ ถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดเวลา 01:58 GMT ห่างจากเมือง Ras Al Khaimah (UAE) 25 ไมล์ทะเล ตัวเรือเสียหายเล็กน้อย ลูกเรือปลอดภัย
  • เรือ Star Gwyneth (ธงหมู่เกาะมาร์แชลล์): เรือบรรทุกสินค้าแห้ง (Bulk Carrier) ถูกโจมตีเวลา 02:05 GMT ห่างจากดูไบ 50 ไมล์ทะเล ตัวเรือเสียหาย ลูกเรือปลอดภัย
  • เรือมยุรี นารี (Mayuree Naree) (ธงไทย): เรือบรรทุกสินค้าทั่วไปของบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง 

สาเหตุและคำขู่จากอิหร่าน

สถานการณ์ที่เลวร้ายลงนี้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไป 16 ลำ

ขณะที่ทางการอิหร่านภายใต้การนำของโฆษกกองบัญชาการ Khatam al-Anbiya ได้ประกาศนโยบาย "โจมตีตอบโต้ทันควัน" (strike upon strike) โดยประกาศกร้าวว่าจะ "ไม่อนุญาตให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร

พร้อมเตือนว่าเรือลำใดก็ตามที่มุ่งหน้าไปยังประเทศเหล่านั้นจะถือเป็น "เป้าหมายที่ชอบธรรม" ในการโจมตี

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยอมรับว่า ได้ยิงเรือสินค้า “มยุรี นารี” ของไทยในช่องแคบฮอร์มุซ

IRGC ระบุเหตุผลโจมตีเรือขนส่งสินค้า “มยุรี นารี” ของไทย เพราะเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนและสัญญาณแจ้งเตือนจากกองทัพเรือ IRGC และยังคงดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าหยุดยั้งในที่สุด