
จับตาศึกภาษีสหรัฐ 25 รัฐฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ค้านรีดภาษี 60 ประเทศรวมไทย
25 รัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต ยื่นฟ้องรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ คัดค้านมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 ประเทศ รวมถึงไทยที่ถูกเรียกเก็บ 12.5% โดยระบุว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตและไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
KEY
POINTS
- กลุ่ม 25 รัฐในสหรัฐฯ ที่นำโดยพรรคเดโมแครต ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์เพื่อคัดค้านมาตรการเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่ถูกกำหนดอัตราภาษี 12.5%
- ผู้ฟ้องร้องโต้แย้งว่ารัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 อย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อฟื้นมาตรการภาษีที่ศาลเคยปฏิเสธไปแล้ว โดยอ้างเหตุผลเรื่องการป้องกันสินค้าจากแรงงานบังคับ
- กลุ่มรัฐผู้ฟ้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับมาตรการภาษีดังกล่าว โดยชี้ว่าจะสร้างภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจในสหรัฐฯ จากราคาสินค้าที่สูงขึ้น
ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า กลุ่มรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตจำนวน 25 รัฐ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. Court of International Trade) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อคัดค้านมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรในวงกว้างต่อสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยถูกกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 12.5%
ชี้ภาษีใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำร้องระบุว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดอัตราภาษี 10% หรือ 12.5% ซึ่งประเทศเหล่านี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 99.4% ของการนำเข้าสหรัฐทั้งหมด กลุ่มรัฐผู้ฟ้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว พร้อมประกาศให้เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสั่งคืนภาษีศุลกากรที่มีการจัดเก็บไปแล้ว
เลทิเชีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก ระบุในแถลงการณ์ว่า หลังจากรัฐบาลพ่ายคดีในศาลสูงสุด ก็ได้พยายามจัดเก็บภาษีศุลกากรอีกครั้งผ่านมาตรการใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับครัวเรือนและภาคธุรกิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โต้ใช้มาตรา 301 ฟื้นภาษีเดิม
ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่การที่รัฐบาลทรัมป์หันมาใช้อำนาจตามมาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเดินหน้ามาตรการภาษี หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้ปฏิเสธการใช้กฎหมายอีกสองฉบับในการจัดเก็บภาษีในลักษณะเดียวกัน
ฝ่ายผู้ฟ้องร้องระบุว่า รัฐบาลใช้ข้ออ้างเรื่องการป้องกันสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เพื่อเร่งรัดฟื้นฟูมาตรการภาษีในลักษณะใกล้เคียงกับมาตรการเดิม แม้กฎหมายมาตรา 301 จะเปิดช่องให้ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าได้เฉพาะกรณีที่มีการสอบสวนแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของ “ประเทศใดประเทศหนึ่ง” เท่านั้น
คำร้องยังระบุว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งในการสอบสวนทั้ง 60 ประเทศ ก่อนจัดกลุ่มเป็น 4 ระดับภาษี ซึ่งมีความแตกต่างของอัตราภาษีเพียง 2.5 จุดร้อยละ โดยไม่มีการอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างระดับภาษีกับปัญหาแรงงานบังคับในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่ประเทศต่าง ๆ จะสามารถดำเนินการเพื่อให้ได้รับการยกเลิกมาตรการภาษี อีกทั้งยังยกตัวอย่างกรณีที่ผู้แทนการค้าสหรัฐอ้างว่าเนื้อวัวแช่แข็งจากบราซิลเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ แต่กลับยกเว้นสินค้าเหล่านั้นจากการถูกเก็บภาษี
ทำเนียบขาวยืนยันใช้อำนาจตามกฎหมาย
ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหา โดย คุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐกำลังใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อจัดการกับนโยบายและแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสร้างภาระต่อเศรษฐกิจและแรงงานอเมริกัน
เดไซยืนยันว่า การที่ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถป้องกันสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นปัญหาที่สหรัฐมีสิทธิดำเนินมาตรการตอบโต้ พร้อมระบุว่า มาตรการภายใต้มาตรา 301 ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีฐานทางกฎหมายที่มั่นคงมาตั้งแต่สมัยแรกของรัฐบาลทรัมป์
นิวยอร์กชี้กระทบค่าครองชีพประชาชน
แคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า มาตรการภาษีดังกล่าวจะกลายเป็นภาระที่ตกกับครัวเรือนของชาวอเมริกัน เนื่องจากจะผลักดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร วัสดุก่อสร้าง และสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันปรับตัวสูงขึ้น
คำฟ้องยังชี้ว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐประกาศใช้มาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เพียงหนึ่งวันก่อนมาตรการภาษีชั่วคราวตามมาตรา 122 จะสิ้นสุดลง ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีสามารถดำเนินต่อได้โดยไม่มีช่วงเว้น
ก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดสหรัฐเคยวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) ไม่ให้อำนาจรัฐบาลทรัมป์ในการจัดเก็บภาษีชุดก่อน ขณะที่ศาลการค้าระหว่างประเทศก็ปฏิเสธการใช้มาตรา 122 แม้คำตัดสินดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นความท้าทายทางกฎหมายครั้งที่สองต่อมาตรการภาษีชุดใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กได้ยื่นฟ้องด้วยเหตุผลในลักษณะเดียวกันว่า รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใหม่เพื่อฟื้นมาตรการภาษีที่ศาลสูงสุดเคยเพิกถอนแล้วได้







