
สงครามตะวันออกกลางเดือด ‘อิหร่าน’ ขู่ปิดอ่าวเปอร์เซีย ตัดทางส่งน้ำมันโลก
วิกฤตตะวันออกกลางเดือด สหรัฐฯ แท็กทีมอิสราเอล เปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตีอิหร่าน หนักสุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ฟากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม โต้กลับขู่ปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันอ่าวเปอร์เซีย จับตาราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก
KEY
POINTS
- อิหร่านขู่ปิดอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันเกือบ 1 ใน 5 ของโลก เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่
- เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงยิงขีปนาวุธเข้าใส่พื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล
- สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่พุ่งสู่จุดเดือดสูงสุด เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดต่ออิหร่าน โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และพยานในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่าเป็นความรุนแรงระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์พร้อมตอบโต้ด้วยมาตรการขั้นสูงสุด โดยขู่ว่าจะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานเกือบ 1 ใน 5 ของโลก
โฆษก IRGC ย้ำชัดว่าจะไม่ยอมให้เข็มขัดพลังงานส่งน้ำมันไปถึงสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตรแม้แต่ลิตรเดียว หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่หยุดปฏิบัติการทางทหาร
ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาค ทั้งฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์, Al Harir Air Base ในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก
ขณะเดียวกันยังมีการส่งโดรนโจมตีฐานทัพ Al Dhafra Air Base ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงฐานทัพเรือในบาห์เรน
สื่อของอิหร่านมีการรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้มีได้เกิดการโจมตีระลอกใหม่ต่อฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนอีกครั้ง โดยยิงขีปนาวุธเข้าใส่พื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล จนระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สกัดกั้นจรวดดังขึ้นทั่วพื้นที่ ทำให้ประชาชนรีบหลบไปยังห้องนิรภัยและที่หลบภัย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social อ้างว่าปฏิบัติการครั้งนี้ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปถึง 10 ลำอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันพร้อมใช้มาตรการรุนแรง หากอิหร่านพยายามปิดเส้นทางพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่เสี่ยงทันที
ล่าสุดสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเกือบแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าทรัมป์ จะสามารถยุติสงครามได้ก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะพังทลาย
แหล่งข่าวทางการทหารของอิสราเอล ระบุว่า กองทัพอิสราเอลต้องการสร้างความเสียหายให้อิหร่านมากที่สุดก่อนที่โอกาสการโจมตีจะปิดลง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะตัดสินใจหยุดสงครามได้ทุกเมื่อ
ทั้งนี้สงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคพลเรือน โดยข้อมูลจากทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 คน และบ้านเรือนถูกทำลายไปเกือบ 8,000 หลัง ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาที่ยังไม่มีวี่แววจะเกิดขึ้นในเร็ววัน

