thansettakij
thansettakij
รัฐบาลประเทศในเอเชีย สั่งคุมเข้มพลังงาน รับมือสงครามอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง 25%

รัฐบาลประเทศในเอเชีย สั่งคุมเข้มพลังงาน รับมือสงครามอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง 25%

09 มี.ค. 2569 | 07:23 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 08:16 น.

ผู้นำเอเชียแห่ระงับส่งออก-ตรึงราคาเชื้อเพลิง หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานแตะ 119.50 ดอลลาร์สหรัฐ เซ่นพิษช่องแคบฮอร์มุซปิดตาย ขณะที่เกาหลีใต้สั่งตรึงราคาครั้งแรกในรอบ 30 ปี และจีนสั่งระงับส่งออกเชื้อเพลิงเพื่อสำรองใช้ในประเทศ

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้น 25% จากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน การลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศควบคุมราคาเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมระบายน้ำมันจากคลังสำรองแห่งชาติ
  • จีนสั่งให้โรงกลั่นหยุดการส่งออกเชื้อเพลิง ส่วนเวียดนามยกเลิกภาษีนำเข้า และบังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยเพื่อประหยัดพลังงาน

รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียกำลังเร่งดำเนินการอย่างหนักเพื่อจำกัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้บริโภคจากการขยายวงของสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ หลังจากผู้ผลิตรายใหญ่ลดกำลังการผลิต และรัฐบาลเตหะรานส่งสัญญาณว่ากลุ่มสายแข็งจะยังคงเป็นผู้กุมอำนาจบริหาร

ในเกาหลีใต้ซึ่งนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางถึง 70% ประธานาธิบดี ลี แจมยอง (Lee Jae Myung) กล่าวว่าโซลจะเข้าควบคุมราคาเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี และเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนแห่กักตุนสินค้า

ลี แจมยอง กล่าวในการประชุมฉุกเฉินว่า วิกฤตครั้งนี้ถือเป็น "ภาระอันหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจของเรา ซึ่งพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศและการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางในระดับสูง"

ด้านสมาชิกอาวุโสของรัฐสภาญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้แหล่งกักเก็บน้ำมันสำรองแห่งชาติเตรียมพร้อมสำหรับการระบายน้ำมันดิบที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะระบุในวันจันทร์ว่ายังไม่มีการตัดสินใจระบายน้ำมันสำรองออกมาก็ตาม ทั้งนี้ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันประมาณ 95% จากตะวันออกกลาง และมีน้ำมันสำรองที่สามารถใช้ได้นานถึง 354 วัน

รัฐบาลประเทศในเอเชีย สั่งคุมเข้มพลังงาน รับมือสงครามอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง 25% ส่วนในประเทศอื่น ๆ เวียดนามได้ยกเลิกภาษีนำเข้าเชื้อเพลิง ขณะที่บังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยเพื่อประหยัดไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ส่วนจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ขอให้โรงกลั่นหยุดการส่งออกเชื้อเพลิงและพยายามยกเลิกการส่งสินค้าที่ได้รับคำสั่งซื้อไปแล้ว

ทรัมป์ลดทอนความกังวลราคาน้ำมันพุ่งในสหรัฐฯ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พยายามลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น 11% ในรอบสัปดาห์ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา เรียกร้องให้เขาขายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์

"ราคาน้ำมันในระยะสั้นซึ่งจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อการทำลายล้างภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่านสิ้นสุดลง เป็นราคาที่ต่ำมากสำหรับความปลอดภัยและสันติภาพของสหรัฐฯ และโลก" ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน ทรูธ โซเชียล (Truth Social) เมื่อคืนวันอาทิตย์ "มีแต่พวกโง่เท่านั้นที่คิดต่างออกไป!"

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 25% โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อยู่ในทิศทางที่จะทำสถิติเพิ่มขึ้นสูงสุดภายในวันเดียว หลังจากอิหร่านแต่งตั้ง มอจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ให้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจาก อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้เป็นบิดาในวันจันทร์ ขณะที่ประเทศสมาชิกโอเปก (OPEC) อย่างคูเวตและอิรักได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญยังคงถูกปิดโดยสิ้นเชิง

รัฐบาลประเทศในเอเชีย สั่งคุมเข้มพลังงาน รับมือสงครามอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง 25%

น้ำมันดิบเบรนท์พุ่ง 25% ท่ามกลางความหวาดกลัวอุปทานขาดแคลน

ทั่วเอเชียซึ่งจัดหาน้ำมัน 60% จากตะวันออกกลาง ราคาหุ้นต่างปรับตัวลดลงและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กำลังหาทางควบคุมผลกระทบจากราคาน้ำมัน รวมถึงการพิจารณาระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอาจยืดเยื้อ

การที่อิหร่านแต่งตั้ง มอจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ คาดว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ นอกจากนี้ เหตุการณ์โจมตีคลังเก็บน้ำมันในอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังยิ่งเติมเชื้อไฟความกังวลว่าจะเกิดการโจมตีตอบโต้ไปยังโรงงานพลังงานต่าง ๆ

"ราคาน้ำมันในขณะนี้มีปัจจัยที่ก่อให้เกิด 'พายุที่สมบูรณ์แบบ' (Perfect Storm) ทั้งการที่ผู้ผลิตในอ่าวตะวันออกกลางลดกำลังการผลิต การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ทั้งหมดนี้ซ้ำเติมด้วยความมองโลกในแง่ร้ายว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะไม่คลี่คลายลงในเร็ววัน" มูหยู่ สวี่ (Muyu Xu) นักวิเคราะห์น้ำมันอาวุโสจากเคปเลอร์ (Kpler) กล่าว

อิรักได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันจากแหล่งน้ำมันหลักทางตอนใต้ลง 70% เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม 3 รายเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่บริษัท คูเวต ปิโตรเลียม คอร์ป เริ่มลดกำลังการผลิตตั้งแต่วันเสาร์และประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure)

ด้านกาตาร์ผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อันดับ 2 ของโลก ได้ระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติที่เย็นจัดไปแล้ว และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียอาจต้องลดกำลังการผลิตเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพื้นที่จัดเก็บน้ำมันเต็ม เพราะไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ปิดตัวลงได้

ที่มา Reuters