
เปิดโครงสร้างราคาน้ำมันไทยล่าสุด กองทุนฯ แบกหนัก - โรงกลั่นโกยค่ากลั่นพุ่ง 175%
เปิดโครงสร้างราคาน้ำมันไทยก่อน-หลังสงครามสหรัฐ-อิหร่าน กองทุนน้ำมันฯ พลิกจากเก็บเงินมาจ่ายชดเชยดีเซลพุ่ง 12 บาท/ลิตร ขณะค่าการกลั่นโรงกลั่นทะยาน 175% ใน 10 วัน
สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ได้ส่งแรงกระเพื่อมโดยตรงมายังโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานหลายปี
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลโครงสร้างราคาของกรมธุรกิจพลังงาน ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง กับวันที่ 9 มีนาคม 2569 หลังสงครามปะทุ ตัวเลขที่ปรากฏสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่น่าวิตกใน 2 มิติสำคัญ คือภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งทะยานในทิศทางตรงข้ามกับค่าการกลั่นที่โรงกลั่นได้รับ
เทียบราคาน้ำมันก่อน-หลังสงครามอิหร่าน
ราคาหน้าโรงกลั่นคือด่านแรกที่สะท้อนผลกระทบจากสงครามได้ชัดที่สุด เบนซิน 95 ราคาหน้าโรงกลั่นพุ่งจาก 16.54 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ไปแตะ 24.05 บาทต่อลิตร ในวันที่ 9 มีนาคม หรือเพิ่มขึ้นกว่า 7.50 บาทในเวลาเพียง 10 วัน แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ก็ปรับตัวในทิศทางเดียวกัน
แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ ดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งเป็นน้ำมันหลักของภาคขนส่งและเกษตรกรรม มีราคาหน้าโรงกลั่นพุ่งขึ้นถึง 12 บาทต่อลิตร จาก 18.96 บาท ไปอยู่ที่ 31.05 บาทต่อลิตร สะท้อนว่าตลาดโลกกำลังตั้งราคาความเสี่ยงจากโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดกั้นอย่างเต็มที่
แต่ที่ประชาชนยังเติมน้ำมันได้ในราคาเดิม ทั้งเบนซิน 95 ที่ 39.14 บาท และดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตร ก็เพราะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำหน้าที่เป็นกันชนรับแรงกระแทกแทนผู้บริโภค และต้นทุนของการทำหน้าที่นั้นก็พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
กรณีดีเซลหมุนเร็วเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยให้ผู้ค้าน้ำมัน 0.77 บาทต่อลิตร แต่พอถึงวันที่ 9 มีนาคม กองทุนต้องพลิกฐานะมาเป็นผู้ "จ่ายชดเชย" ให้แก่ผู้ค้าสูงถึง 11.73 บาทต่อลิตร นั่นหมายความว่าฐานะกองทุนชดเชยเพิ่มเกือบ 11 บาทต่อลิตร
สำหรับน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ กองทุนก็พลิกจากเก็บเงินมาเป็นจ่ายชดเชยเช่นกัน เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 อี10 เปลี่ยนจากเก็บ 1.30 บาท มาเป็นจ่ายออกไป 3.06 บาทต่อลิตร
กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยวันละ 700 ล้านบาท
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร (ที่ 29.94 บาทต่อลิตร) แม้ว่าต้นทุนจริงจะสูงกว่านั้นมาก โดยต้องใช้งบอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ เฉลี่ยถึงลิตรละ 9.57 บาท ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุนฯ วันที่ 9 มี.ค. 2569 เฉลี่ยสูงถึงประมาณวันละ 700 ล้านบาท
เมื่อคูณตัวเลขเหล่านี้กับปริมาณการใช้น้ำมันทั่วประเทศในแต่ละวัน ภาระที่กองทุนน้ำมันฯ ต้องแบกรับกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าฐานะกองทุนติดลบสะสมมาก่อนหน้าสงครามนี้ด้วยซ้ำ
กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพในการดูแลราคาน้ำมันต่อไปได้อีกอย่างน้อยประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยหากจำเป็น กองทุนฯ ยังมีทางเลือกในการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยดำเนินการมาแล้วในอดีต
โรงกลั่นโกยค่าการกลั่นพุ่ง 5.89 บาทต่อลิตร
ขณะที่รัฐบาลกำลังควักกระเป๋าชดเชยให้ประชาชน อีกฝั่งหนึ่งของสมการกลับเดินไปในทิศตรงข้าม ค่าการกลั่นซึ่งเป็นรายได้ของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากตัวเลขในเอกสาร ค่าการกลั่นในช่วง 1–9 มีนาคม 2569 ทะยานขึ้นไปแตะ 5.89 บาทต่อลิตร เทียบกับ 2.14 บาทต่อลิตรในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นกว่า 175% ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในทางเศรษฐศาสตร์พลังงาน เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกะทันหันจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกมักปรับขึ้นเร็วและแรงกว่า ทำให้ส่วนต่างที่โรงกลั่นได้รับกว้างขึ้นผิดปกติ แต่ในบริบทที่รัฐกำลังใช้เงินสาธารณะอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมัน ภาพที่โรงกลั่นมีกำไรพิเศษจากวิกฤตเดียวกันย่อมเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามได้.
ข้อมูลอ้างอิง: โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (กทม.) วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และ 9 มีนาคม 2569 จัดทำโดยกรมธุรกิจพลังงาน

