thansettakij
thansettakij
สงครามดันน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ พลังงานงัด 3 แผนรับมือ ตรึงดีเซล 29.94 บาท

สงครามดันน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ พลังงานงัด 3 แผนรับมือ ตรึงดีเซล 29.94 บาท

09 มี.ค. 2569 | 05:38 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 06:21 น.

สงครามตะวันออกกลางดันน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ พลังงานชง 3 มาตรการรับวิกฤต ตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท ลุ้น พ.ร.ก.ค้ำกู้กองทุนน้ำมัน

KEY

POINTS

  • สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงเกิน 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานในประเทศไทย
  • กระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุน เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร และเตรียมประเมินสถานการณ์เพื่อปรับเพดานราคาต่อไป
  • มีการจัดทำแผนรับมือเชิงรุก 3 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการราคาพลังงาน 2) การจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง และ 3) การออกมาตรการประหยัดพลังงาน

ราคาน้ำมันโลกทะยานสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ทะลุ 100 เหรียญแล้ว หลังสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านขยายวง กังวลอุปทานตึงตัวและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซสะดุด

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวในส่วนของราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งในเวลานี้กระทรวงพลังงานใช้กลไกลของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุน ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อหน่วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ได้จัดทำแผนเผชิญเหตุด้านพลังงานเชิงรุก ซึ่งได้มีการหารือระดับกระทรวงพลังงานรวมถึงมีการหารือในสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นับตั้งแต่มีการโจมตีอิหร่าน โดยแผนเผชิญเหตุด้านพลังงานเชิงรุก แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย

1.แผนการบริหารราคาพลังงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสถานะกองทุนวันที่ 1 มี.ค.2569 เป็นบวก 2,459 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวก 40,313 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 37,854 ล้านบาท

โดยกระทรวงพลังงานกำหนดกรอบการตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ถึงวันที่ 17 มี.ค.2569 หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์ และอาจปรับเพดานราคาดีเซลขึ้นครั้งละ 0.50 บาท 

สงครามดันน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ พลังงานงัด 3 แผนรับมือ ตรึงดีเซล 29.94 บาท

ส่วน LPG ที่บัญชีในปัจจุบันติดลบถึง 37,854 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ยังมีมติให้ตรึงราคา LPG ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ไว้จนถึงสิ้นเดือน มี.ค.2569 และมีแผนที่จะตรึงราคาต่อ

นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันฯ เคยติดลบรวมสูงสุด 132,671 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2565 ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยผลกระทบสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะมีข้อเสนอออก พ.ร.ก.ผ่อนปรนให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยดำเนินการในช่วงสงครามยูเครน-รัสเซีย

2.แผนจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่ม โดยปัจจุบันการนำเข้าพลังงานมีสัดส่วนจากตะวันออกกลาง 50% ของการนำเข้าน้ำมันและ LNG ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีปัญหาการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบเฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านประกาศปิด

กระทรวงพลังงานสั่งการให้ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและ LNG เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง ซึ่งแหล่งจัดหาที่อยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติม ได้แก่ สหรัฐ แอฟริกาตะวันตก และ มาเลเซีย

อีกทั้งยังเร่งเจรจาเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติ 3 แหล่ง ประกอบด้วย แหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย แหล่งปิโตรเลียมในเมียนมา (แหล่งซอติก้า และแหล่งยาดานา) และแหล่งผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) ซึ่งเพิ่มกำลังผลิตได้ตามความยืดหยุ่นของสัญญา (Swing Gas) เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานสำหรับการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ เตรียมมาตรการรองรับการนำเข้า อาจลดสเปคน้ำมันชั่วคราวเพื่อให้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากแหล่งอื่นได้สะดวกและหลากหลายขึ้นในกรณีสถานการณ์ตลาดโลกตึงตัว ซึ่งการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานลดลงเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่บังคับใช้ในไทยแต่จะมีราคาถูกลง

รวมถึงมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้มากขึ้น หลังจากที่ยกเลิกหัวจ่ายดีเซล B10 เมื่อปี 2567 เพื่อให้เหลือเฉพาะดีเซล B7

“กระทรวงพลังงานจะพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล ถ่านหิน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง”

สงครามดันน้ำมันโลกทะลุ 100 เหรียญ พลังงานงัด 3 แผนรับมือ ตรึงดีเซล 29.94 บาท

ส่วนการสำรองน้ำมัน ได้กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศในอัตรา 1.5% ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2569 และในอัตรา 3% ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.2569 จากเดิมที่กำหนดให้สำรองน้ำมันในอัตรา 1%

3.แผนการประหยัดพลังงาน กระทรวงพลังงานจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มี.ค.2569 รับทราบมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยนำมาใช้ช่วงราคาน้ำมันและก๊าซสูงขึ้นช่วงสงครามยูเครน-รัสเซีย ซึ่งราคาน้ำมันในตลาดโลกสูง 120-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมดำเนินการ

ทั้งนี้ ในการประชุมสมช. ได้มีข้อเสนอมาตรการทำงานที่บ้าน (Work from home) แต่เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย

สำหรับมาตรการประหยัดพลังงานที่กระทรวงพลังงานจะนำเสนอ เช่น กำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันลง 20% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและให้หน่วยงานราชการ 

รวมถึงกำหนดมาตรการเครื่องปรับอากาศ เช่น กำหนดเวลาเปิดปิด 8.30-16.30 น. ตั้งอุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส การใช้หลอดไฟ LED รวมทั้งอุปกรณ์สำหรับงานให้ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ และกำหนดการลิฟต์จอดเฉพาะชั้นคู่หรือคี่ และรณรงค์การใช้บันได

ส่วนการใช้รถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทางและจำนวนผู้เดินทาง รวมถึงพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นอันดับแรก เช่น แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด เติมลงยาง ให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง เช่น การประชุมออนไลน์

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน กองทุนน้ำมันเคยติดลบสูงสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2565 ติดลบถึง 132,671 ล้านบาท โดยระยะแรกสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) หาแหล่งเงินกู้ไม่ได้จากปัญหาสถานะการเงินติดลบและไม่มีการค้ำประกันจากรัฐบาล

ต่อมารัฐบาลออก พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้กรอบวงเงินสูงสุดไม่เกิน 150,000 ล้านบาท โดย สกนช.กู้เงิน 105,333 ล้านบาท ช่วงปี 2565-2566 และเริ่มชำระหนี้เงินต้นเดือน พ.ย.2567 จนเหลือหนี้ 30,000 ล้านบาท และจะชำระให้หมดภายในปี 2572 บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“การออก พ.ร.ก.สร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงิน และทำให้กองทุนน้ำมันฯ เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานได้” 

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพในการดูแลราคาน้ำมันต่อไปได้อีกอย่างน้อยประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยหากจำเป็น กองทุนฯ ยังมีทางเลือกในการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยดำเนินการมาแล้วในอดีต

สำหรับกรณีที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ หากจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยหารือและขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้