thansettakij
thansettakij
'ราคาน้ำมันโลก' พุ่ง 20% 'ค่าเงินดอลลาร์' แข็งค่ารับสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

'ราคาน้ำมันโลก' พุ่ง 20% 'ค่าเงินดอลลาร์' แข็งค่ารับสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

09 มี.ค. 2569 | 04:51 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 05:22 น.

ราคาน้ำมันพุ่ง 20% ทะลุ $111 หลังสงครามอิหร่าน-ตะวันออกกลางขยายวง หนุนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ารับวิกฤตพลังงาน ขณะที่อิรัก-คูเวตลดกำลังผลิตกะทันหัน นักวิเคราะห์เตือนน้ำมันจ่อ $150 หากฮอร์มุซถูกปิดตาย กระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นรุนแรงเกือบ 20% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 จากสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง
  • ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโดยตรง ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น อิรักและคูเวต เริ่มระงับการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าวล่าสุดวันนี้ (9มี.ค.69) ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและค่าเงินดอลลาร์ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่าน และตะวันออกกลาง

รอยเตอร์ส รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นประมาณ 20% ในวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ขยายวงกว้างขึ้น

ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางเริ่มระงับการส่งออก และเกิดความกังวลอย่างหนักต่อการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นสูงสุดถึง 18.35 ดอลลาร์ หรือเกือบ 20% แตะระดับ 111.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงสุดกว่า 22% ไปแตะที่ 111.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

'ราคาน้ำมันโลก' พุ่ง 20% 'ค่าเงินดอลลาร์' แข็งค่ารับสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

สถานการณ์ความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงาน โดยอิรักและคูเวตได้เริ่มปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง เนื่องจากไม่สามารถส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่เริ่มเต็มความจุ

ขณะที่กาตาร์ได้ปรับลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปก่อนหน้านี้แล้ว แหล่งข่าวระบุว่าการผลิตของอิรักในแหล่งน้ำมันทางตอนใต้ลดลงถึง 70% เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ในด้านการเมือง อิหร่านได้ประกาศแต่งตั้ง "โมจตาบา คาเมเนอี" (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มเคร่งคัดแนวทางแข็งกร้าวยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกรุงเตหะราน

นักวิเคราะห์จาก Rakuten Securities คาดการณ์ว่าการแต่งตั้งนี้จะทำให้การเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่านทำได้ยากขึ้น และอาจส่งผลให้ WTI พุ่งแตะ 120-130 ดอลลาร์ในระยะเวลาอันสั้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ยังเตือนว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องหยุดส่งออกทั้งหมด

วิกฤตการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ค่าเงินยูโรและเงินปอนด์ร่วงลงกว่า 1%

ตลาดหุ้นและพันธบัตรถูกเทขายอย่างหนักเนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ตามที่คาดการณ์ไว้

ทางด้านสหรัฐฯ นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ทันทีเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดและช่วยเหลือครอบครัวชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น

 

ที่มารอยเตอร์ส