
จีนหั่นเป้า GDP เหลือ 4.5–5% ต่ำสุดรอบ 35 ปี เน้นคุณภาพ-พึ่งพาตนเอง
จีนเปิดประชุมสองสภา 2026 ลดเป้า GDP 4.5–5.0% ต่ำสุดตั้งแต่ปี 1991 สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์
KEY
POINTS
จีนตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ 4.5-5.0% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพแทนที่ปริมาณ
รัฐบาลจีนเน้นวินัยการคลังโดยคงเป้าขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 3% และปรับลดวงเงินโครงการ Trade-in เพื่อกระตุ้นการบริโภคลงเหลือ 2.5 แสนล้านหยวน จากเดิม 3 แสนล้านหยวน
จีนประกาศเพิ่มงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้น 10% เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและรับมือกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของคู่ค้าโลก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การประชุม "สองสภา" ของจีนในปีนี้กลายเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลก เมื่อรัฐบาลปักกิ่งตัดสินใจปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลงมาอยู่ที่ระดับ 4.5-5.0% สำหรับปี 2026 ซึ่งถือเป็นการปรับเป้าหมายลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991
การขยับเขยื้อนครั้งนี้สะท้อนชัดถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์จากการมุ่งเน้น “ปริมาณ” สู่ “คุณภาพ” เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ส่องนัยการปรับเป้า GDP: จากยุคเร่งโตสู่การเติบโตที่มีคุณภาพ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2024-2025 จีนเคยตั้งเป้า GDP ไว้ที่ระดับ 5.0% มาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับปี 2026 การปรับลดเป้าหมายลงมาเหลือ 4.5-5.0% นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเป็นการสะท้อนความต้องการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากกว่าการทุ่มงบประมาณเพื่อปั๊มตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
ขณะที่สถิติย้อนหลังพบว่าในปี 2023 จีนทำได้จริงที่ 5.2% สูงกว่าเป้าหมายที่ 5.0% เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในปี 2022 ที่ขยายตัวได้เพียง 3.0% จากเป้าหมาย 5.5% ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญในการวางแผนนโยบาย
ด้านนโยบายการคลัง จีนยังคงรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด โดยตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณ (Headline Budget Deficit) ไว้ที่ 3% ต่อ GDP ซึ่งเป็นระดับเดิม ขณะที่วงเงินพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นถูกกำหนดไว้ที่ 4.4 ล้านล้านหยวน
สิ่งที่น่าสนใจคือ มุมมองจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า จีนจะไม่โหมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเห็นได้ชัดจากการปรับลดวงเงินโครงการ Trade-in เพื่อกระตุ้นการบริโภคในปี 2026 ลงเหลือ 250,000 ล้านหยวน จากเดิมที่เคยสูงถึง 300,000 ล้านหยวน
ยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง: อัดฉีดงบ R&D สู้ศึกเทคโนโลยีโลก
ท่ามกลางความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น จีนจึงให้ความสำคัญกับ "การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี" เป็นวาระเร่งด่วน โดยรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นอีก 10% เพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ลดการพึ่งพานวัตกรรมจากต่างชาติ และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของการค้าโลก
บทสรุปและสิ่งที่ต้องจับตา เส้นทางเศรษฐกิจของพญามังกรต่อจากนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จีนยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายในและแรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
การตั้งเป้า GDP ที่ต่ำลงในปี 2026 จึงไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นการถอยเพื่อรุกในรูปแบบที่มั่นคงกว่าเดิม โดยมีเทคโนโลยีและคุณภาพการเติบโตเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในทศวรรษหน้า

