
UN จี้หยุดสงครามตะวันออกกลาง หวั่นเศรษฐกิจโลกพังพินาศ
ข้าหลวงใหญ่ UN จี้ลดความตึงเครียดตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจนไฟลามทุ่ง หวั่นกระทบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโลกพังพินาศ
KEY
POINTS
- สหประชาชาติเรียกร้องให้ยุติสงครามในตะวันออกกลางทันที เพื่อป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมระดับโลก
- ความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างจากการโจมตีโต้ตอบกัน ลุกลามไปยังเลบานอน และส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ ทำให้พลเรือนต้องอพยพจำนวนมาก
- เรียกร้องให้รัฐที่เกี่ยวข้องเร่งลดระดับความรุนแรงและยุติการสู้รบ เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสันติภาพทำงาน
วิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นำไปสู่การโต้ตอบอย่างรุนแรงของอิหร่าน กำลังขยายวงกว้างลุกลามราวกับไฟลามทุ่ง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออิหร่าน อิสราเอล และอีกกว่า 10 ประเทศในแถบอ่าวอาหรับ
ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับโลก โฟลเกอร์ เติร์ก (Volker Türk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกโรงเตือนอย่างเร่งด่วน
ปัจจุบันสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเห็นความพยายามในการระงับเหตุ กลับพบวาทศิลป์ที่ยั่วยุให้เกิดสงคราม การทิ้งระเบิด และการทำลายล้างที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีการบิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศและการละเมิดคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งในขณะนี้
โดยเฉพาะในเลบานอนที่กลายเป็นจุดเปะทุใหม่ หลังกลุ่มเฮซบอลลาห์ (Hezbollah) โจมตีอิสราเอล นำไปสู่การโต้กลับอย่างหนักและการสั่งอพยพพลเรือนครั้งใหญ่
ส่งผลให้ประชาชนกว่าแสนคนต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่นและทิ้งบ้านเรือนเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยสงครามที่ขยายตัว
ทางด้านสหประชาชาติจึงขอเรียกร้องให้ประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลทั่วโลก ยึดมั่นในกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด พร้อมจี้ให้รัฐที่เกี่ยวข้องเร่งลดระดับความรุนแรงและยุติการสู้รบในทันที เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสันติภาพทำงาน ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนยากจะควบคุมและสร้างความเสียหายต่อพลเรือนไปมากกว่านี้

