
อิสราเอลประกาศโจมตีเตหะรานซ้ำ หลัง 'คาเมเนอี' เสียชีวิต
อิสราเอลเผยเปิดปฏิบัติการโจมตีเตหะรานระลอกใหม่ หลังกองทัพอากาศสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ท่ามกลางการตอบโต้ข้ามภูมิภาคและความกังวลสงครามขยายวง
KEY
POINTS
- อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในกรุงเตหะราน หลังสื่อทางการอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด
- คาเมเนอีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่าน เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลก่อนหน้านี้
- สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอย่างรุนแรง โดยอิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนักและได้เริ่มโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียแล้ว
- อิหร่านจะจัดตั้งคณะผู้นำชั่วคราวขึ้นบริหารประเทศ ระหว่างที่สภาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่
รอยเตอร์สรายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในกรุงเตหะราน หลังจากก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง สหรัฐฯ และอิสราเอลประกาศว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศสามารถสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ ส่งผลให้สถานการณ์ตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะตึงเครียดรุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อความไร้เสถียรภาพในวงกว้าง
กองทัพอิสราเอลระบุว่า การโจมตีตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นการเปิด “เส้นทางสู่เตหะราน” และเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการขนาดใหญ่ในใจกลางเมืองหลวงอิหร่าน ขณะที่สื่อทางการอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของคาเมเนอี วัย 86 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดและมีอำนาจสูงสุดเหนือกองทัพและทิศทางนโยบายต่างประเทศของประเทศ
ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน ผู้นำสูงสุดจะได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งประกอบด้วยนักการศาสนา 88 คน โดยระหว่างรอการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ อาลี ลาริจานี ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่าจะมีการจัดตั้งคณะผู้นำชั่วคราวตามกรอบรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงความต่อเนื่องและเสถียรภาพของรัฐ
แหล่งข่าวสหรัฐฯ สองรายและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเปิดเผยว่า การโจมตีถูกกำหนดจังหวะให้ตรงกับช่วงเวลาที่คาเมเนอีประชุมกับที่ปรึกษาระดับสูง ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่าน อับดอลราฮิม มูซาวี ก็เสียชีวิตจากการโจมตีเช่นกัน นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างอำนาจของเตหะราน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตือนผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า หากอิหร่านตอบโต้ สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยกำลัง “ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน” พร้อมย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากอิหร่าน และเป็นความยุติธรรมต่อชาวอเมริกันและประชาชนประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้นำอิหร่านในอดีต
ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตอบโต้ถ้อยแถลงของทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล โดยระบุว่าอิหร่านจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม “ต้องร้องขอความเมตตา” พร้อมกล่าวหาว่าทั้งสองประเทศข้าม “เส้นแดง” ของอิหร่าน
ความตึงเครียดยังขยายวงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หลังอิหร่านยิงตอบโต้เป้าหมายหลายแห่ง โดยเฉพาะประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวอาหรับ อันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรียกร้องให้อิหร่านใช้สติ และย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่ใช่กับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าว ขณะที่ยูเออีได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการตอบโต้
ศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมานรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน “Skylight” ที่ชักธงปาเลา ถูกโจมตีใกล้คาบสมุทรมูซานดัม มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และลูกเรือ 20 คนถูกอพยพทั้งหมด ขณะเดียวกัน มีรายงานเสียงระเบิดต่อเนื่องเป็นวันที่สองในดูไบและกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยพบกลุ่มควันจากการสกัดกั้นขีปนาวุธบนท้องฟ้าเหนือดูไบ และควันดำพวยพุ่งจากท่าเรือเจเบล อาลี หนึ่งในท่าเรือสำคัญของภูมิภาค
ในปากีสถาน เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงที่บุกเข้าใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ขณะที่การเดินทางทางอากาศทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก สนามบินสำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินนานาชาติที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ต้องปิดให้บริการ
แม้การเสียชีวิตของคาเมเนอีจะเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อผู้นำศาสนาและการเมืองของอิหร่าน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังไม่อาจสรุปได้ว่าจะทำให้ระบอบการปกครองแบบนักการศาสนาสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (Revolutionary Guards) ยังคงมีอิทธิพลสูงต่อโครงสร้างอำนาจภายในประเทศ
โดยสถานการณ์ล่าสุดทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนสูงสุดในรอบหลายปี และเพิ่มแรงกดดันต่อประชาคมโลกในการหาทางคลี่คลายวิกฤตก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ






