
โลกจับตาอิหร่านล้างแค้นให้ผู้นำสูงสุด หลัง 'คาเมเนอี'ถูกสังหารในบ้านพัก
โลกจับตากองทัพอิหร่าน ลั่นจัดหนัก หลัง ผู้นำสูงสุดของประเทศ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารภายในบ้านพักและสำนักงานในกรุงเตหะราน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติขู่ เตรียมปฏิบัติการรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
KEY
POINTS
- ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่บ้านพักในกรุงเตหะราน
- กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศเตรียมตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อล้างแค้น
- รัฐบาลอิหร่านและสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดประกาศว่าการโจมตีครั้งนี้จะได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายสำคัญภายใน อิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้างอำนาจของประเทศ จนมีรายงานว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค แต่ยังจุดชนวนความกังวลของประชาคมโลกเกี่ยวกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นไปได้ของความขัดแย้งที่อาจขยายวงกว้างในระดับนานาชาติ
สำนักข่าวทางการ Fars News Agency รายงานภายหลังการยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ในบ้านพัก ล่าสุดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้ออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยIRGC ระบุว่า "ปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ต่อดินแดนที่ถูกยึดครองและฐานทัพของผู้ก่อการร้ายอเมริกัน
ทั้งนี้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีเสียชีวิต ภายในสำนักงานในเขตบ้านพักผู้นำ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติ โดยภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทแอร์บัสเผยให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่บ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน ใกล้มหาวิทยาลัย และถือเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจสำคัญของผู้นำระบอบศาสนาธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยภาพแสดงให้เห็นว่าอาคารหลายหลังในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี
ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์อิหร่านรายหนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาระหว่างอ่านแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด ซึ่งรัฐบาลประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน โดยการยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน
ด้านรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า "อาชญากรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม"
ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน หรือ Supreme National Security Council (SNSC) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงระดับสูง ระบุว่า การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะจุดชนวน การลุกฮือครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับผู้กดขี่ของโลก พร้อมย้ำว่า อิหร่านและพันธมิตรจะแข็งแกร่งและมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม






