thansettakij
thansettakij
กูรูชี้สงครามตะวันออกกลางยังไม่ปิดฉาก ความเสี่ยงพลังงานยังไม่จบ

กูรูชี้สงครามตะวันออกกลางยังไม่ปิดฉาก ความเสี่ยงพลังงานยังไม่จบ

01 มี.ค. 2569 | 08:55 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 2569 | 08:56 น.

แม้สัญญาณเจรจาจากอิหร่านช่วยลดแรงกดดันตลาด แต่โครงสร้างอำนาจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเปราะบาง บล.บัวหลวง ชี้ระยะกลางความผันผวนยังสูง แนะติดตามราคาน้ำมัน ท่าที IRGC และจุดยืนสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าแม้สถานการณ์ระยะสั้นจะผ่อนคลายลง แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่จบสิ้นและยังมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างอยู่
  • ความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงอยู่ โดยต้องจับตาทิศทางราคาน้ำมัน โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ
  • ปัจจัยเสี่ยงระยะยาวที่อาจทำให้สงครามยืดเยื้อหรือขยายวง คือบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) และเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นปัจจัยหลักที่เขย่าตลาดการเงินโลกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งราคาทองคำที่พุ่งแรง น้ำมันที่ผันผวน และเงินทุนที่ไหลสลับทิศทางระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงกับสินทรัพย์ปลอดภัย

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อประเด็นสงครามตะวันออกกลางว่า ประเมินว่า บรรยากาศระยะสั้นเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน แต่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังไม่สิ้นสุด

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดคลายความกังวล คือการส่งสัญญาณจากประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดก่อนหน้า โดยมีท่าทีชะลอการพัฒนาอาวุธพิสัยไกล ทำให้ตลาดเริ่มคาดหวังถึงความเป็นไปได้ในการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาทางการทูต

ภาพสะท้อนในตลาดการเงินปรากฏชัดเจน ได้แก่

  • ราคาทองคำปรับตัวลงจากระดับ 5,440 ดอลลาร์ หลุดต่ำกว่า 5,300 ดอลลาร์
  • ราคาน้ำมันแม้ปรับขึ้นแรงช่วงแรก แต่ไม่ได้เร่งตัวต่อเนื่อง
  • ตลาดหุ้นหลายแห่งฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระยะสั้น
  • สะท้อนว่าตลาดยังไม่ประเมินว่าสงครามจะยืดเยื้อเต็มรูปแบบในทันที

หุ้นที่ได้ประโยชน์ระยะสั้น

  • หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น PTT, PTTEP, TOP, BCP, IVL, PTTGC, IRPC
  • ยังมีแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ทรงตัวระดับสูง อย่างไรก็ดี าแม้มีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่ควรระมัดระวังจังหวะราคา

หุ้นที่ต้องระวัง

  • โรงไฟฟ้า เช่น GPSC, EGCO จากต้นทุนก๊าซที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
  • สายการบินและท่องเที่ยว เช่น THAI, AAV, BA, MINT จากต้นทุนน้ำมันและการหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป
  • ในกรณีที่สถานการณ์ไม่ลุกลาม ตลาดหุ้นไทยอาจถูกมองเป็นจุดพักเงินชั่วคราว เมื่อเทียบกับประเทศในตะวันออกกลางที่เผชิญความเสี่ยงโดยตรง

ความเสี่ยงระยะกลาง–ยาวที่อาจมองข้าม

แม้แรงกดดันระยะสั้นลดลง แต่มองว่าอาจยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสงครามจะยุติลงในเวลาอันใกล้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

  • โครงสร้างอำนาจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ที่ยังมีบทบาทสูงในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
  • เครือข่ายพันธมิตรในเลบานอน เยเมน และอิรัก ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งขยายวง
  • ความไม่แน่นอนในการสืบทอดอำนาจภายในอิหร่าน ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ให้กลุ่มสายแข็งเร่งตอบโต้

ในเชิงประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งลักษณะนี้มักมีช่วงรุนแรงที่สุดใน 4–6 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงที่สุด ทั้งในตลาดพลังงาน ค่าเงิน และสินทรัพย์ปลอดภัย

3 ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตาม

  1. ทิศทางราคาน้ำมัน โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
  2. ท่าทีของ IRGC ต่อการตอบโต้ทางทหาร
  3. ท่าทีของสหรัฐฯ และพันธมิตร เมื่อเทียบกับแรงกดดันจากกลุ่มสายแข็งภายในอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า แม้ตลาดจะตอบสนองรวดเร็วต่อข่าวเชิงบวก แต่โครงสร้างความเสี่ยงพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง การติดตามข้อมูลเชิงลึกและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน จึงยังเป็นสิ่งจำเป็นทั้งต่อผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไปในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนยังสูง

 

 

แหล่งที่มา: BLS Research (ณ วันที่ 1 มี.ค. 2026 เวลา 13.00 น.)