
กูรูชี้สงครามตะวันออกกลางยังไม่ปิดฉาก ความเสี่ยงพลังงานยังไม่จบ
แม้สัญญาณเจรจาจากอิหร่านช่วยลดแรงกดดันตลาด แต่โครงสร้างอำนาจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเปราะบาง บล.บัวหลวง ชี้ระยะกลางความผันผวนยังสูง แนะติดตามราคาน้ำมัน ท่าที IRGC และจุดยืนสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
KEY
POINTS
- ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าแม้สถานการณ์ระยะสั้นจะผ่อนคลายลง แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่จบสิ้นและยังมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างอยู่
- ความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงอยู่ โดยต้องจับตาทิศทางราคาน้ำมัน โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ
- ปัจจัยเสี่ยงระยะยาวที่อาจทำให้สงครามยืดเยื้อหรือขยายวง คือบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) และเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นปัจจัยหลักที่เขย่าตลาดการเงินโลกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งราคาทองคำที่พุ่งแรง น้ำมันที่ผันผวน และเงินทุนที่ไหลสลับทิศทางระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงกับสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อประเด็นสงครามตะวันออกกลางว่า ประเมินว่า บรรยากาศระยะสั้นเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน แต่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดคลายความกังวล คือการส่งสัญญาณจากประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดก่อนหน้า โดยมีท่าทีชะลอการพัฒนาอาวุธพิสัยไกล ทำให้ตลาดเริ่มคาดหวังถึงความเป็นไปได้ในการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาทางการทูต
ภาพสะท้อนในตลาดการเงินปรากฏชัดเจน ได้แก่
- ราคาทองคำปรับตัวลงจากระดับ 5,440 ดอลลาร์ หลุดต่ำกว่า 5,300 ดอลลาร์
- ราคาน้ำมันแม้ปรับขึ้นแรงช่วงแรก แต่ไม่ได้เร่งตัวต่อเนื่อง
- ตลาดหุ้นหลายแห่งฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระยะสั้น
- สะท้อนว่าตลาดยังไม่ประเมินว่าสงครามจะยืดเยื้อเต็มรูปแบบในทันที
หุ้นที่ได้ประโยชน์ระยะสั้น
- หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น PTT, PTTEP, TOP, BCP, IVL, PTTGC, IRPC
- ยังมีแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ทรงตัวระดับสูง อย่างไรก็ดี าแม้มีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่ควรระมัดระวังจังหวะราคา
หุ้นที่ต้องระวัง
- โรงไฟฟ้า เช่น GPSC, EGCO จากต้นทุนก๊าซที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
- สายการบินและท่องเที่ยว เช่น THAI, AAV, BA, MINT จากต้นทุนน้ำมันและการหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป
- ในกรณีที่สถานการณ์ไม่ลุกลาม ตลาดหุ้นไทยอาจถูกมองเป็นจุดพักเงินชั่วคราว เมื่อเทียบกับประเทศในตะวันออกกลางที่เผชิญความเสี่ยงโดยตรง
ความเสี่ยงระยะกลาง–ยาวที่อาจมองข้าม
แม้แรงกดดันระยะสั้นลดลง แต่มองว่าอาจยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสงครามจะยุติลงในเวลาอันใกล้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
- โครงสร้างอำนาจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ที่ยังมีบทบาทสูงในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
- เครือข่ายพันธมิตรในเลบานอน เยเมน และอิรัก ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งขยายวง
- ความไม่แน่นอนในการสืบทอดอำนาจภายในอิหร่าน ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ให้กลุ่มสายแข็งเร่งตอบโต้
ในเชิงประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งลักษณะนี้มักมีช่วงรุนแรงที่สุดใน 4–6 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงที่สุด ทั้งในตลาดพลังงาน ค่าเงิน และสินทรัพย์ปลอดภัย
3 ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตาม
- ทิศทางราคาน้ำมัน โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
- ท่าทีของ IRGC ต่อการตอบโต้ทางทหาร
- ท่าทีของสหรัฐฯ และพันธมิตร เมื่อเทียบกับแรงกดดันจากกลุ่มสายแข็งภายในอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า แม้ตลาดจะตอบสนองรวดเร็วต่อข่าวเชิงบวก แต่โครงสร้างความเสี่ยงพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง การติดตามข้อมูลเชิงลึกและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน จึงยังเป็นสิ่งจำเป็นทั้งต่อผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไปในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนยังสูง
แหล่งที่มา: BLS Research (ณ วันที่ 1 มี.ค. 2026 เวลา 13.00 น.)






