
'สีหศักดิ์' สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
สีหศักดิ์ สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวไทย หลัง นายก‘อนุทิน’ เรียกถก สมช. - ภาคเอกชน รับมือหวั่นกระทบเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- รมว.ต่างประเทศ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
- ศูนย์ฯ มีภารกิจหลักในการเตรียมมาตรการช่วยเหลือและวางแผนอพยพคนไทยที่พำนักในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะอิหร่านและอิสราเอล
- นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และภาคเอกชนเพื่อประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และการส่งออก
จากกรณีสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ภายหลังจาก สหรัฐ-อิสราเอล เปิดปฏิบัติการ โจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความหวาดผวาไปทั้งโลกล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกันวันที่2มีนาคม นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 10.00 น. หลังจากนั้นจะประชุมร่วมกับภาคเอกชน โดยเชิญตัวแทนของคณะกรรมการเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมประชุม
ทั้งนี้วาระการประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ภายหลังจาก สหรัฐ-อิสราเอล เปิดปฏิบัติการ โจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งผลกระทบต่อการส่งออก ราคาน้ำมัน และผลกระทบด้านอื่นๆ ที่ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบ
ถึงแม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เราก็มีพี่น้องประชาชนของเราหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล
รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรก และได้รับทราบรายงานและติดตามความเป็นไปของสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ตลอด 24 ชั่วโมง
"สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในสภาวะฟื้นตัวเช่นนี้ ผมและทีมงานจะติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการทุกอย่างที่จะพลิกวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางมาเป็นโอกาสแก่ประเทศไทยให้มากที่สุด"
นายอนุทินขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ภารกิจในการให้ความช่วยเหลือดูแลพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่สู้รบในตะวันออกกลางในขณะนี้ได้สำเร็จลุล่วงและสัมฤทธิ์ผลด้วยเวลาที่รวดเร็วที่สุด

