thansettakij
thansettakij
ทำไม สหรัฐฯต้องโจมตีอิหร่าน กูรูตั้งคำถามเข้าสู่สงครามแล้วหรือยัง?

ทำไม สหรัฐฯต้องโจมตีอิหร่าน กูรูตั้งคำถามเข้าสู่สงครามแล้วหรือยัง?

01 มี.ค. 2569 | 08:45 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 2569 | 08:55 น.

ทำไม สหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยอิสราเอลได้เปิดฉาก "ปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่" โจมตีอิหร่าน กูรูตั้งคำถามเข้าสู่สงครามแล้วหรือยัง?

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายสิบคนเสียชีวิต
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่า การโจมตีเกิดขึ้นเพราะอิหร่านปฏิเสธที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์ และกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ
  • เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังการเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว โดยอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

รายงานข่าวจากสำนักข่าวBBC NEWS  โดยนาร์ดีน ซาอัด และแบรนดอน เดรนอน ระบุว่า จากกรณีสหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยอิสราเอลได้เปิดฉาก "ปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่" โจมตีอิหร่านเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มกลุ่มผู้นำทางศาสนาของตน

สหรัฐฯ ขนานนามปฏิบัติการครั้งนี้ว่าปฏิบัติการ "มหากาพย์โกรธา" (Epic Fury) ในขณะที่ฝั่งอิสราเอลเรียกว่าปฏิบัติการ "ราชสีห์คำราม" (Lion's Roar)ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ถูกสังหารแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านเจรจากันเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลอิหร่าน โดยการเจรจาดังกล่าวยุติลงโดยไร้ข้อตกลงอิหร่านเองก็เปิดฉากโจมตีตอบโต้ไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านขนานนามว่าปฏิบัติการของทั้งสองประเทศเป็นการโจมตีที่ "ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย"

เหตุใดสหรัฐฯ จึงโจมตีอิหร่าน

เมื่อวันเสาร์(28ก.พ.)มีรายงานเหตุระเบิดในเมืองหลวงของอิหร่าน เพียงไม่นานหลังจากนั้น ทรัมป์ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังดำเนิน "ยุทธการนองเลือดและการสังหารหมู่ที่มุ่งเป้าไปยังสหรัฐฯ อย่างไม่จบไม่สิ้น"

ทรัมป์แย้งว่าอิหร่านปฏิเสธทุกโอกาสในการล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตน พร้อมอ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อยุโรป กองกำลังสหรัฐฯ ในต่างแดน และอาจรวมถึงการ "โจมตีถึงแผ่นดินอเมริกาในเร็ว ๆ นี้"

 

นอกจากนี้ เขายังหยิบยกเหตุการณ์บุกยึดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเตหะรานอย่างอุกอาจเมื่อปี 1979 ซึ่งส่งผลให้ชาวอเมริกันหลายสิบคนถูกจับเป็นตัวประกันนานถึง 444 วัน ตลอดจนเหตุการณ์ที่กลุ่มตัวแทนของอิหร่านลอบวางระเบิดค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในกรุงเบรุตเมื่อปี 1983 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 241 ราย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเคยให้คำมั่นไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่าจะเข้าแทรกแซงสถานการณ์ หากกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่าปฏิบัติการมิดไนต์แฮมเมอร์ (Midnight Hammer) ของสหรัฐฯ ได้ "บดขยี้" โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นแล้ว

การโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาได้กรุยทางให้อิหร่านและอิสราเอลทำข้อตกลงหยุดยิงกัน หลังจากที่ขณะนั้นได้มีความขัดแย้งยืดเยื้อนาน 12 วันในครั้งนั้น อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าไปยังศูนย์นิวเคลียร์ ฐานทัพทหาร และโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดและโดรนหลายร้อยลำเข้าใส่อิสราเอล

 

 

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านสิ้นชีพแล้ว

ทรัมป์ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว พร้อมระบุว่าเขาคือ "หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์"ในเวลาต่อมา สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านได้ยืนยันการเสียชีวิตของคาเมเนอีในวัย 86 ปี ผู้ซึ่งปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 1989 และได้ประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 40 วัน

แหล่งข่าวกรองและแหล่งข่าวทางทหารเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) สื่อพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ว่า มีเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านอีกราว 40 คนเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย โดยบีบีซีเวอริฟายได้รับภาพถ่ายดาวเทียมเหนือกรุงเตหะราน ซึ่งแสดงภาพความเสียหายอย่างหนักในบางส่วนของบริเวณอาคารสำนักงานของคาเมเนอีในเมืองหลวงของอิหร่าน