thansettakij
thansettakij
นานาชาติวิจารณ์เดือด! ปมสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน หวั่นสงครามลุกลาม

นานาชาติวิจารณ์เดือด! ปมสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน หวั่นสงครามลุกลาม

28 ก.พ. 2569 | 14:00 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2569 | 14:10 น.

หลายประเทศทั่วโลกออกมาแสดงท่าทีต่อกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จุดชนวนความตึงเครียดรอบใหม่ในตะวันออกกลาง พร้อมเสียงเรียกร้องให้ยับยั้งและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้จากหลายประเทศทั่วโลก ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของเตหะราน และสกัดกั้นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย และอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของวอชิงตันอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการเจรจากับอิหร่านที่ผ่านมาเป็นเพียง “ฉากบังหน้า” พร้อมตั้งคำถามเชิงเปรียบเทียบถึงความยืนยาวทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ กับจักรวรรดิเปอร์เซีย

ด้านนายกรัฐมนตรีเลบานอน นาวาฟ ซาลาม แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการลากประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและเอกภาพภายใน

รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์ เอสเพน บาร์ธ ไอด์ กล่าวว่าการโจมตีที่อิสราเอลอธิบายว่าเป็นการ “ป้องกันล่วงหน้า” นั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมชี้ว่าการโจมตีเชิงป้องกันต้องตั้งอยู่บนภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นโดยทันที

ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เรียกร้องให้มีการประชุมเร่งด่วนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเตือนว่าการปะทุของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเข้าสู่การเจรจาอย่างจริงจังเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ เรียกร้องให้ลดระดับความตึงเครียดโดยทันที และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ได้ระบุว่าต้นตอของสถานการณ์ปัจจุบันมาจากการใช้ความรุนแรงและการลอยนวลพ้นผิดของรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะการปราบปรามต่อผู้ประท้วงด้วยความสันติในช่วงที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของประชาคมโลกต่อความเสี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งอาจลุกลามกระทบเสถียรภาพด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจในวงกว้าง ขณะที่หลายประเทศยังคงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็ว