thansettakij
สื่อนอกมองเลือกตั้งไทย เดิมพันฟื้นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพกดดันเสียงประชาชน

สื่อนอกมองเลือกตั้งไทย เดิมพันฟื้นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพกดดันเสียงประชาชน

08 ก.พ. 2569 | 13:03 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.พ. 2569 | 14:13 น.

สื่อต่างประเทศรายงานบรรยากาศเลือกตั้งทั่วไปของไทย ท่ามกลางการแข่งขันสามขั้วทางการเมือง ชี้ประเด็นเศรษฐกิจกลายเป็นโจทย์หลักของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งการฟื้นตัวหลังโควิดที่ล่าช้า การเติบโตที่ชะลอ และค่าครองชีพที่กดดันชีวิตประจำวัน

KEY

POINTS

  • สื่อนอกมองว่าการเลือกตั้งไทยครั้งนี้มีเดิมพันสำคัญอยู่ที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ประชาชนให้ความสนใจ
  • ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจที่เติบโตช้า เป็นแรงกดดันสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของประชาชน
  • การแข่งขันในการเลือกตั้งถูกมองว่าเป็นการนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่แตกต่างกันระหว่างขั้วการเมืองต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศจับตาการเลือกตั้งไทย 2569 ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งไปเมื่อเวลา 17.00 น. และขณะนี้กำลังมีการนับคะแนนเสียงหลังการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นหลังจากรัฐบาลผสมหลายชุดล่มสลาย ทำให้ประเทศมีนายกรัฐมนตรีถึงสามคนในเวลาเพียงสามปี

BBC ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาชนซึ่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงกับพรรคอนุรักษ์นิยมที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล โดยโพลส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการแข่งขันระหว่างสองพรรคจะสูสีกันมาก

ด้าน FRANCE 24 ระบุว่า หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศไทยเปิดลงคะแนนแล้ว ในการเลือกตั้งทั่วไปที่มีเดิมพันสูง เป็นการแข่งขันสามขั้วระหว่างฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายประชานิยม และฝ่ายอนุรักษนิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ

แต่สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ประเด็นหลักไม่ได้อยู่แค่ใครจะเป็นผู้นำประเทศ หากแต่อยู่ที่ว่าผู้นำคนนั้นจะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาได้อย่างไร

ทอมมี่ วอล์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวของ FRANCE 24 อธิบายว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความคิดของบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการงานที่ดีกว่าและค่าตอบแทนที่สูงกว่า

 นอกจากนี้ยังระบุว่า ในวันที่ประเทศไทยลงคะแนนเลือกตั้ง บรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งทั่วกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเงียบ ๆ นี่คือประเทศที่ยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ หลังจากหลายปีของความปั่นป่วนทางการเมือง และการฟื้นตัวหลังโควิด-19 ที่เชื่องช้า

เศรษฐกิจจึงกลายเป็นภาระหนักในความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ถูกกดดันจากการท่องเที่ยวที่แผ่วลง และการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแรง สำหรับคนไทยจำนวนมาก การดิ้นรนในชีวิตประจำวันเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น คือประเด็นชี้ขาดของการเลือกตั้งครั้งนี้

ในรายงานยังมีประเด็นที่น่าสนใจ โดยมีการกล่าวว่า ผู้ท้าชิงหลักต่างออกมาหาเสียงด้วยคำมั่นสัญญา ฝั่งหนึ่งคือพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคก้าวหน้าที่สืบทอดมาจากพรรคก้าวไกลที่ถูกยุบไปแล้ว โดยชูนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการทลายการผูกขาด

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นขั้วประชานิยมขนาดใหญ่ เสนอการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในทันทีและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ส่วนอีกฝั่งคือกลุ่มอนุรักษนิยม นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรักษาการ ที่เน้นความมั่นคงและความต่อเนื่องของนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ก็จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ ความตึงเครียดทางการค้าโลก และภูมิทัศน์ของภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทำให้การปลุกเศรษฐกิจให้กลับมาเดินเครื่องเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก

รายงานระบุว่า ประชาชนชาวไทยได้แสดงเจตจำนงของตนแล้ว ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะออกมาในช่วงค่ำวันนี้ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าประเทศพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือจะยังคงยึดกับระเบียบเดิมที่คุ้นเคยต่อไป

อ้างอิง

'It's about getting the economy back up and running': Thailand votes in general election