KEY
POINTS
ประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ใช้เวทีการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวสุนทรพจน์โจมตี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อย่างรุนแรง กรณีที่ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศในยุโรปเพื่อเป็นเครื่องมือบีบบังคับในแผนการเข้าครอบครอง กรีนแลนด์
มาครงระบุอย่างชัดเจนว่า "ยุโรปจะไม่ยอมก้มหัวให้คนพาล (Bullies) หรือถูกข่มขู่" พร้อมย้ำว่าเขาเลือกที่จะยึดถือ "หลักนิติธรรมมากกว่าความรุนแรง (Brutality)"
โดยเขามองว่าการที่วอชิงตันพยายามสะสมมาตรการภาษีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเรื่องที่ "ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของผู้อื่น
การตอบโต้ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 200% กับสินค้าประเภทไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะเข้าร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) สำหรับกาซาตามความต้องการของเขา
นอกจากนี้ มาครงยังได้กล่าวเตือนบนเวทีถึงโลกที่กำลังก้าวไปสู่ระบอบเผด็จการและการเป็น "โลกที่ไร้กฎเกณฑ์" ที่ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศถูกเหยียบย่ำ และ "ความทะเยอทะยานทางจักรวรรดินิยม" หรือการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่กำลังกลับมาอีกครั้ง
ในระหว่างการปราศรัย มาครงยังได้แอบเหน็บแนมทรัมป์โดยอ้อม โดยเขากล่าวว่าในขณะที่ปี 2025 เต็มไปด้วยสงครามหลายสิบแห่ง แต่เขากลับ "ได้ยินมาว่าบางความขัดแย้งได้รับการสะสางไปแล้ว" ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ มาครงยืนยันว่าเขา ไม่มีแผนที่จะพำนักอยู่ในดาวอสต่อเพื่อพบกับทรัมป์ ที่มีกำหนดการจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เพื่อเป็นการตอบโต้ท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ทางสำนักงานของมาครงเปิดเผยว่า ฝรั่งเศสได้ร้องขอให้มีการซ้อมรบของนาโต้ (NATO) ในกรีนแลนด์ และพร้อมที่จะส่งกำลังเข้าร่วม เพื่อเป็นการส่งสัญญาณปกป้องผลประโยชน์ของยุโรปและพันธมิตรจากการถูกคุกคามโดยแผนการของทรัมป์ที่บรรดาผู้นำนาโต้เตือนว่าอาจทำให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกสั่นคลอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ตกเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลกในงานประชุม World Economic Forum เมื่อเขาปรากฏตัวบนเวทีและกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นำโลกใน ลุคสวมแว่นกันแดดทรงนักบิน (Aviator) สีน้ำเงินสะท้อนแสงอยู่ภายในอาคาร
การเลือกใช้เครื่องประดับชิ้นนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามและกลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย โดยบางส่วนนำไปเปรียบเทียบกับตัวเอกในภาพยนตร์ Top Gun หรือเรียกเขาว่าเป็น "ไซบอร์ก"
เบื้องหลังการสวมแว่นกันแดดนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องแฟชั่น แต่มีเหตุผลทางการแพทย์เนื่องจากมาครงมี อาการหลอดเลือดในตาแตก (Subconjunctival Hemorrhage) ซึ่งทำให้ดวงตาข้างหนึ่งมีสีแดงก่ำและดูน่ากังวล
มาครงได้กล่าวติดตลกถึงอาการนี้ว่าเป็น "l'oeil du tigre" หรือ "ตาแห่งเสือ" โดยระบุว่ามันคือ "สัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น"
ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่าเขาจำเป็นต้องสวมแว่นเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ในขณะที่มีอาการแพ้แสง และเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถ่ายภาพดวงตาในสภาพที่ไม่เรียบร้อย
ลิขสิทธิ์ภาพ- รอยเตอร์ส