KEY
POINTS
สำนักข่าว nikkei รวมทั้งสื่อในประเทศเวียดนาม รายงานข่าวการเปิดฉากการประชุมใหญ่สมัยที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 นายโต เลิม (To Lam) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม
ที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยานที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยตั้งเป้าหมายผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้สูงถึง 10% หรือมากกว่านั้นต่อปี ในช่วงปี 2026-2030
เพื่อเป็นแท่นกระโดดให้เวียดนามบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ 100 ปีของประเทศ
ภายใต้พิมพ์เขียวใหม่นี้ เวียดนามตั้งเป้าที่จะยกระดับรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) ให้แตะระดับประมาณ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในปี 2030
ซึ่งจะส่งผลให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีอุตสาหกรรมทันสมัยและมีรายได้ปานกลางระดับสูง
โดยมีวิสัยทัศน์ยาวไกลไปถึงปี 2045 ที่ต้องการเป็นประเทศสังคมนิยมที่รุ่งเรืองและมีรายได้สูง
นายโต เลิม ระบุว่าสถาบันและระเบียบราชการคือ "คอขวดของคอขวด" ที่ต้องเร่งแก้ไข โดยประกาศแนวทางปฏิรูปที่แข็งกร้าว ดังนี้:
โดยมุ่งเน้นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจความรู้, เศรษฐกิจดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน
นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะถูกผลักดันให้เป็น "แรงขับเคลื่อนหลัก" โดยจะมีกลไกพิเศษเพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถ (Talent) และสนับสนุนด้านการเงินที่ยืดหยุ่นสำหรับการวิจัยและพัฒนา
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตแบบก้าวกระโดด เวียดนามเตรียมทุ่มงบประมาณมหาศาลในโครงการเชิงยุทธศาสตร์ เช่น
จากข้อมูลของแหล่งข้อมูลระบุว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจเวียดนามแสดงความแข็งแกร่งอย่างมากด้วยการเติบโตกว่า 8.02% และมียอดการค้ารวมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่เติบโตเกือบ 30%
ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้ ผนวกกับการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากจีน กลายเป็น "ลมส่ง" สำคัญที่จะพาเวียดนามไปสู่เป้าหมาย GDP 10% ในอนาคตอันใกล้