วิกฤตอิหร่าน เสียชีวิตทะลุหมื่น 'ทรัมป์' ขู่ถล่มหากไม่หยุดสังหารผู้ชุมนุม

15 ม.ค. 2569 | 07:38 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 07:54 น.

โลกตะลึง! ยอดตายม็อบอิหร่านพุ่ง 2 หมื่นราย ทรัมป์ลั่น "ความช่วยเหลือมาแล้ว" พร้อมงัดกำแพงภาษี 25% บีบคู่ค้าทั่วโลกตัดท่อน้ำเลี้ยงเตหะราน ขณะนานาชาติอพยพพลเมืองหนีเสี่ยงสงคราม

KEY

POINTS

  • ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่านอาจพุ่งสูงถึงหลักหมื่นราย โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากในสถานนิติเวชกรุงเตหะราน
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้มาตรการทางทหารโจมตีอิหร่าน หากรัฐบาลยังไม่ยุติการสังหารผู้ชุมนุม
  • สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการ "กำแพงภาษีขั้นที่สอง" 25% กับประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน เพื่อกดดันทางเศรษฐกิจและตัดการสนับสนุนทางการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเขาได้รับข้อมูลจาก "แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ" ว่าแผนการประหารชีวิตผู้ประท้วงในอิหร่านได้ถูกระงับลงแล้ว และการสังหารหมู่ดูเหมือนจะหยุดลง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าเขากำลังพิจารณามาตรการทางการทหารควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า "เราจะรอดูว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร"

คำประกาศนี้มีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในทีมความมั่นคงของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการโจมตีทางทหาร

ขณะที่ ส.ว. ลินด์ซีย์ เกรแฮม พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ ออกมาผลักดันให้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านโดยเร็วที่สุด โดยระบุว่า "การโจมตีระบอบการปกครองคือความช่วยเหลือเดียวที่มีความหมาย"

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ส่งข้อความถึงผู้ประท้วงผ่านโซเชียลมีเดียว่า "จงประท้วงต่อไป... ความช่วยเหลือมาแล้ว" (HELP IS ON ITS WAY)

เปิดหลักฐานช็อกโลก! วิดีโอห้องเก็บศพเตหะรานเผยยอดตายพุ่งหลักหมื่น

สถานการณ์ความรุนแรงในอิหร่านถูกเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอที่หลุดออกมาจากสถานบันนิติเวช Kahrizak ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน ซึ่งแสดงให้เห็นภาพที่ถูกบรรยายว่าเป็น "วันสิ้นโลก" โดยมีร่างผู้เสียชีวิตในถุงเก็บศพสีดำวางเรียงรายอยู่เต็มอาคารและลานจอดรถ

วิกฤตอิหร่าน เสียชีวิตทะลุหมื่น 'ทรัมป์' ขู่ถล่มหากไม่หยุดสังหารผู้ชุมนุม

จากการวิเคราะห์คลิปวิดีโอความยาว 16 นาที พบร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 178-200 รายในแห่งเดียว และหนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุเพียง 16 ปี

แม้หน่วยงานสิทธิมนุษยชน HRANA จะระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการที่ 2,571 ราย และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 18,100 คน แต่แหล่งข่าวภายในอิหร่านระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงถึง 12,000 ถึง 20,000 ราย ซึ่งถือเป็นการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตถูกบังคับให้จ่ายเงินเพื่อรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล และบางรายต้องแอบฝังศพด้วยมือเปล่าในหลุมที่ไม่ระบุชื่อเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะมายึดศพไป

กลยุทธ์ "ภาษีขั้นที่สอง 25%" หมัดเด็ดทรัมป์บีบคู่ค้าอิหร่านทั่วโลก

ในมิติเชิงเศรษฐกิจ ทรัมป์ได้ประกาศแผนการใช้ "กำแพงภาษีขั้นที่สอง" (Secondary Tariffs) ในอัตรา 25% กับประเทศใดก็ตามที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน

มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อลงโทษประเทศที่สามที่ยังสนับสนุนการเงินแก่รัฐบาลอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าหลักอย่าง จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของอิหร่าน (ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี และอินเดีย

วิกฤตอิหร่าน เสียชีวิตทะลุหมื่น 'ทรัมป์' ขู่ถล่มหากไม่หยุดสังหารผู้ชุมนุม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามาตรการนี้จะบีบให้อิหร่านต้องยอมลดราคาสินค้าและน้ำมันอย่างหนักเพื่อให้ผู้ซื้อสามารถชดเชยต้นทุนภาษีที่ต้องจ่ายให้สหรัฐฯ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้อิหร่านสูญเสียรายได้มหาศาลและต้องพึ่งพาจีนเพียงรายเดียวในฐานะผู้ซื้อรายสุดท้าย

นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ 25 ปีกับตุรกีที่กำลังจะหมดอายุในอีก 5 เดือนข้างหน้า ยิ่งตอกย้ำความเปราะบางทางการเงินของอิหร่านในขณะนี้

อิหร่านจ่อใช้ "Internet Kill Switch" ฝีมือ Huawei ปิดกั้นโลกภายนอก

ท่ามกลางการตัดสัญญาณสื่อสารที่ยาวนานกว่า 156 ชั่วโมง รัฐบาลอิหร่านกำลังเร่งดำเนินการขั้นสุดท้ายในโครงการ "เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งชาติ" บนแพลตฟอร์มของ Huawei โครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 700 ล้านถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างระบบที่สามารถตัดขาดอิหร่านออกจากอินเทอร์เน็ตโลกได้อย่างสมบูรณ์และยาวนาน ในขณะที่ยังคงให้ระบบธนาคารและโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงยังคงใช้เทคโนโลยี Starlink ของ Elon Musk เป็นเส้นทางสื่อสารหลัก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงก็ตาม ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสกำลังพิจารณาส่งเทอร์มินัล Eutelsat เข้าไปในอิหร่านเพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมอีกทางหนึ่ง

วิกฤตอิหร่าน เสียชีวิตทะลุหมื่น 'ทรัมป์' ขู่ถล่มหากไม่หยุดสังหารผู้ชุมนุม

นานาชาติสั่งอพยพด่วน-อิสราเอลเลือก "นิ่ง" สยบความเคลื่อนไหว

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้หลายประเทศ อาทิ อินเดีย สเปน อิตาลี และสหราชอาณาจักร ประกาศเตือนพลเมืองให้ออกจากอิหร่านทันที ขณะที่สถานทูตอังกฤษในเตหะรานได้ปิดทำการชั่วคราว และสหรัฐฯ เริ่มถอนกำลังพลบางส่วนออกจากฐานทัพอากาศ Al-Udeid ในกาตาร์เพื่อความปลอดภัย

ในส่วนของอิสราเอล นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เลือกใช้กลยุทธ์ "ความอดกลั้น" (Restraint as strategy) แม้จะเคยผลักดันให้ทรัมป์โจมตีอิหร่านอย่างหนักก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูมองว่าการที่อิสราเอลอยู่นิ่งจะช่วยลดโอกาสที่รัฐบาลอิหร่านจะใช้กระแสชาตินิยมมาป้ายสีว่าผู้ประท้วงเป็น "สายลับต่างชาติ" และปล่อยให้การล่มสลายของระบอบปกครองเกิดขึ้นจากภายในโดยสมบูรณ์

 

ลิขสิทธิ์ภาพ Reuters

ที่มาข้อมูลเนื้อหา