KEY
POINTS
วันที่ 12 มกราคม 2569 โลกการเงินและการเมืองระหว่างประเทศต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียประกาศมาตรการภาษีศุลกากรแบบ "สายฟ้าแลบ" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
ทรัมป์ระบุข้อความอย่างชัดเจนว่า มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ "ทันที" โดยกำหนดว่า "ประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะต้องจ่ายภาษีศุลกากรในอัตรา 25% สำหรับการทำธุรกิจทั้งหมดที่ทำกับสหรัฐอเมริกา" ซึ่งเขาย้ำว่าคำสั่งนี้ถือเป็นที่สิ้นสุดและเด็ดขาด
แม้จะยังไม่มีการนิยามขอบเขตของคำว่า "การทำธุรกิจ" อย่างชัดเจน แต่กลุ่มประเทศที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันทีคือคู่ค้าหลักของอิหร่าน ได้แก่ จีน (คู่ค้ารายใหญ่ที่สุด), อิรัก, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), ตุรกี และอินเดีย
นอกจากการข่มขู่คู่ค้าต่างชาติแล้ว ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเตือนภายในประเทศถึงกรณีที่ ศาลสูงสุด (Supreme Court) อาจมีคำวินิจฉัยคัดค้านอำนาจการเก็บภาษีศุลกากรของเขา โดยเขาระบุว่าหากสหรัฐฯ พ่ายแพ้ในประเด็นนี้ รัฐบาลอาจต้องจ่ายเงินคืน (Payback) สูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์
และเมื่อรวมกับมูลค่าการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรที่บริษัทต่าง ๆ สร้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มูลค่าความเสียหายอาจพุ่งสูงถึง "หลายล้านล้านดอลลาร์"
ทรัมป์มองว่าอำนาจภาษีนี้คือ "ขุมทรัพย์ความมั่นคงแห่งชาติ" (National Security bonanza) และทิ้งท้ายอย่างดุดันว่า หากผลการตัดสินออกมาเป็นลบ "เราจะแย่กันหมด!" (WE'RE SCREWED!)
มาตรการหักดิบทางการค้าครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้รัฐบาลอิหร่านที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงที่ออกมาเรียกร้องตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม จากความไม่พอใจในวิกฤตเศรษฐกิจ ค่าเงินเรียลที่ดิ่งเหว และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่า 40% โดยล่าสุดมีรายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วกว่า 648 ราย และบาดเจ็บอีกหลายพันคน
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกการใช้กำลังทางทหาร รวมถึง "การโจมตีทางอากาศ" ต่อเป้าหมายในอิหร่านเพื่อลงโทษรัฐบาล แม้จะยังมีการเปิดช่องว่างสำหรับการเจรจาทางการทูตอยู่บ้าง แต่ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องดำเนินการบางอย่างก่อนที่การเจรจาจะเกิดขึ้น
ขณะที่ฝั่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการจัดชุมนุมใหญ่ของผู้สนับสนุนรัฐบาลในกรุงเตหะราน โดย โมฮัมหมัด บาเคอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ประกาศกร้าวว่ากองทัพอิหร่านพร้อมจะให้ "บทเรียนที่ไม่มีวันลืม" แก่ประธานาธิบดีทรัมป์ หากสหรัฐฯ กล้าใช้กำลังโจมตี