KEY
POINTS
สำนักข่าวต่างประเทศทั้ง CNBC, Al Jazeera, BBC และ The Guardian รายงานตรงกันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า เจ้าหน้าที่รักษาการในเวเนซุเอลาเตรียมส่งมอบน้ำมันดิบจำนวน 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรลให้กับสหรัฐอเมริกา
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าจับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร อดีตผู้นำเผด็จการและภรรยาในกรุงคาร์ากัส ก่อนจะส่งตัวไปดำเนินคดีที่นิวยอร์กในข้อหาสมคบคิดค้ายาเสพติด
การควบคุมรายได้และแผนการดำเนินงาน ทรัมป์ระบุว่า น้ำมันดังกล่าวซึ่งเป็นน้ำมันคุณภาพสูงและเคยถูกคว่ำบาตร จะถูกนำมาขายในราคาตลาด
โดยเขาเน้นย้ำว่า "เงินจำนวนนี้จะถูกควบคุมโดยผม ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งในเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ!
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้สั่งการให้ คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามแผนนี้ทันที โดยน้ำมันจะถูกขนส่งโดยเรือจัดเก็บและนำเข้าสู่ท่าเรือของสหรัฐฯ โดยตรง
ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงทันทีประมาณ 1.3% - 1.5% มาอยู่ที่ระดับ 56.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การดึงยักษ์ใหญ่พลังงานสหรัฐฯ กลับเข้าลงทุน มีรายงานว่าทรัมป์มีแผนจะพบกับผู้แทนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง Chevron, ConocoPhillips และ Exxon Mobil ที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุนมหาศาลในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาที่เสื่อมโทรมลง
ทรัมป์เชื่อว่าบริษัทสหรัฐฯ จะสามารถซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและช่วยให้เวเนซุเอลากลับมาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ได้อีกครั้ง ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยรักษาความเสถียรของราคาน้ำมันในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงแสดงความกังวลและสงสัยในความเป็นไปได้ของแผนการนี้ เนื่องจากเวเนซุเอลาต้องการเงินลงทุนสูงถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์ และอาจใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าที่จะกลับมาผลิตน้ำมันได้ในระดับสูงสุดเหมือนในอดีต
ขณะที่ เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา เริ่มมีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นโดยระบุว่า "ไม่มีตัวแทนภายนอกคนใดปกครองเวเนซุเอลาได้" แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยแสดงท่าทีพร้อมร่วมมือก็ตาม