thansettakij
thansettakij
โปแลนด์ยิงสอยโดรนรัสเซียล้ำน่านฟ้า สะเทือน NATO ผวา ‘ใกล้จุดเสี่ยง’ สงครามโลก

โปแลนด์ยิงสอยโดรนรัสเซียล้ำน่านฟ้า สะเทือน NATO ผวา ‘ใกล้จุดเสี่ยง’ สงครามโลก

11 ก.ย. 68 | 05:10 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ย. 68 | 05:13 น.

โปแลนด์สกัดโดรนต้องสงสัยรัสเซียทะลุอากาศน่านฟ้า กลายเป็นชาติแรกใน NATO ที่เปิดฉากยิงจริงระหว่างสงครามยูเครน “ทัสก์” ชี้ใกล้สงครามโลกครั้งใหม่ ด้านทรัมป์-ยุโรปประณามรัสเซีย กระแสกดดันคว่ำบาตรเพิ่มเดือด

KEY

POINTS

  • โปแลนด์ยิงสกัดโดรนต้องสงสัยจากรัสเซียที่ล่วงล้ำน่านฟ้า นับเป็นครั้งแรกที่สมาชิก NATO ใช้อาวุธจริงในสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับสงครามยูเครน
  • เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดอย่างสูง ทำให้โปแลนด์ต้องเรียกประชุมปรึกษาสมาชิก NATO ตามมาตรา 4 และกระตุ้นให้นานาชาติเรียกร้องมาตรการตอบโต้รัสเซีย
  • รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่มีการวิเคราะห์ว่าโดรนอาจมีเป้าหมายเพื่อทดสอบการป้องกันภัยทางอากาศของ NATO ใกล้กับศูนย์กลางลำเลียงอาวุธสู่ยูเครน

โปแลนด์สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงของยุโรป หลังกองทัพอากาศประกาศยิงสกัดโดรนต้องสงสัยจากรัสเซียที่ล้ำเข้าน่านฟ้าเมื่อช่วงคืนวันอังคารต่อเนื่องถึงเช้าวันพุธ ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิก NATO ใช้อาวุธจริงระหว่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน สถานการณ์ดังกล่าวจุดชนวนความตึงเครียดและทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็น “จุดเสี่ยงที่สุด” ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ แถลงต่อสภาโปแลนด์ว่า เหตุการณ์นี้คือการยั่วยุครั้งใหญ่ และเป็นช่วงเวลาที่ประเทศอยู่ใกล้การเผชิญหน้ากับสงครามมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แต่ยังยืนยันว่าไม่เชื่อว่าโลกกำลังจะเข้าสู่สงครามโดยตรงทันที กองทัพโปแลนด์เปิดเผยว่ามีวัตถุต้องสงสัยจำนวน 19 ชิ้นล้ำเข้าน่านฟ้า โดยกองทัพอากาศได้ร่วมมือกับเครื่องบินรบ F-16 ของโปแลนด์ เครื่อง F-35 ของเนเธอร์แลนด์ เครื่องบินตรวจการณ์ของอิตาลี และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของ NATO เพื่อสกัดกั้น

เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเมื่อโดรนพุ่งชนบ้านสองชั้นของนายโทมัช เวโซลอฟสกี ชาวบ้านวัยเกษียณในหมู่บ้านไวรีกี-โวลา ทำให้หลังคาพังยับและเศษซากกระจายเต็มห้องนอน เจ้าของบ้านเผยว่าคงต้องรื้อถอนทั้งหลัง ด้านสนามบินหลายแห่งในโปแลนด์ รวมถึงสนามบินรเซชูฟซึ่งเป็นศูนย์กลางลำเลียงอาวุธไปยังยูเครน ต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

แม้โปแลนด์ยืนยันว่าเป็นการรุกรานทางอากาศของรัสเซีย แต่มอสโกออกมาปฏิเสธทันควัน โดยระบุว่าไม่มีแผนโจมตีเป้าหมายในโปแลนด์ พร้อมโยนความรับผิดชอบว่ามาจากฝั่งยูเครน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน ตอบเพียงว่าสหภาพยุโรปและ NATO กล่าวหารัสเซียทุกวันโดยไร้หลักฐาน ขณะที่นักการทูตรัสเซียในวอร์ซอว์ชี้ว่าข้อกล่าวหาของโปแลนด์ “ไม่มีมูล”

ปฏิกิริยาจากนานาชาติร้อนแรงทันที ประธานาธิบดีคาโรล นาฟรอว์สกี ของโปแลนด์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งโพสต์ข้อความบนโซเชียลว่า “รัสเซียละเมิดน่านฟ้าโปแลนด์ด้วยโดรน นี่มันเริ่มแล้วหรือ?” ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี และแคนาดา ต่างประณามรัสเซียอย่างหนัก พร้อมหนุนให้เกิดการตอบโต้ร่วมกัน ด้านสหภาพยุโรปโดยอัวร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เรียกร้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงการปราบปราม “เรือผี” ที่ลักลอบขนน้ำมัน

โปแลนด์ได้ยกระดับสถานการณ์ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 4 ของ NATO เพื่อเรียกประชุมปรึกษาสมาชิกพันธมิตร ขณะที่แหล่งข่าวกองทัพชี้ว่าเส้นทางการบินของโดรนบางส่วนมุ่งหน้าไปยังสนามบินรเซชูฟ อันเป็นศูนย์กลางลำเลียงอาวุธให้ยูเครน ซึ่งอาจสะท้อนว่ารัสเซียกำลังทดสอบขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO

ในอีกด้าน ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวหลังหารือกับผู้นำยุโรปว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ยุโรปต้องเร่งสร้างระบบป้องกันทางอากาศร่วมกัน โดยขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเช็กก็ประกาศเตรียมส่งเฮลิคอปเตอร์ Mi-171S ไปสนับสนุนโปแลนด์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในระดับต่ำ

แม้จะยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้จุดชนวนให้ NATO และประเทศชายแดนยูเครนตื่นตัวสูงสุด นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2022 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า แม้จะยังไม่ใช่สัญญาณของสงครามโลกครั้งใหม่ แต่เหตุการณ์นี้ได้เปิดเผยทั้งความแข็งแกร่งและช่องโหว่ของพันธมิตรตะวันตกในการเผชิญหน้ากับรัสเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้