
เบื้องหลังความตึงเครียด “จีน-ไต้หวัน” เทียบแสนยานุภาพของ 2 ชาติ
ความตึงเครียด “จีน-ไต้หวัน” เป็นที่จับตามอง ขณะที่การเปรียบเทียบศักยภาพทางการทหารของทั้งสองฝ่ายกลายเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งจุดอ่อนกำลังรบของกองทัพประชาชนจีนและกองทัพไต้หวัน
ความร้อนเเรงอีกเหตุการณ์ในขณะนี้ ก็คือ จีนเเละไต้หวัน ล่าสุดจีนประกาศยุติการซ้อมรบเป็นเวลา 2 วันรอบเกาะไต้หวันเเล้ว หลังทดสอบความสามารถในการยึดครองเกาะไต้หวัน โดยมุ่งเป้าไปที่ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน เข้ารับตำแหน่งและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสาบานตน ซึ่งจีนประณามว่าเป็นความต้องการอิสรภาพ นอกจากนั้นยังมุ่งเป้าไปที่ท่าเรือและสนามบิน เพื่อทำลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเกาะแห่งนี้
การฝึกซ้อมดังกล่าวมีชื่อรหัสว่า Joint Sword-2024A กระทรวงกลาโหมไต้หวัน ระบุว่า เครื่องบินของจีนทั้งหมด 111 ลำ และเรือรบหลายสิบลำได้เข้าร่วมการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน
การฝึกครั้งนี้ตอกย้ำสิ่งที่เป็นหัวใจของประเด็นนี้ นั่นคือการอ้างสิทธิของจีนเหนือไต้หวันที่ปกครองตนเอง
ประวัติศาสตร์ระหว่างจีนและไต้หวัน
มีการสันนิษฐานว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มแรกๆ ที่รู้จักในไต้หวันคือชนเผ่าออสโตรนีเซียน ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากจีนตอนใต้ในปัจจุบัน บันทึกของจีนดูเหมือนจะกล่าวถึงเกาะนี้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 239 เมื่อจักรพรรดิส่งกองกำลังสำรวจเข้าไปที่นั่น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จีนใช้เพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิ์ในดินแดนของตน
หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ ในฐานะอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ไต้หวันก็ถูกปกครองโดยราชวงศ์ชิงของจีน ก่อนที่จะถูกยกให้กับโตเกียว หลังจากที่ญี่ปุ่นชนะสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งแรก
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยอมจำนนและละทิ้งการควบคุมดินแดนที่ยึดมาจากจีน ต่อมาไต้หวันได้รับการพิจารณาอย่างเป็นทางการว่าถูกครอบครองโดยสาธารณรัฐจีน (ROC) ซึ่งเริ่มปกครองโดยได้รับความยินยอมจากพันธมิตร ได้แก่ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
ไม่กี่ปีถัดมาก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในจีน กองทัพของเจียงไคเช็คซึ่งเป็นผู้นำในขณะนั้นก็พ่ายแพ้ต่อกองทัพคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตง
เจียง และพรรคของรัฐบาลก๊กมินตั๋ง (KMT) และผู้สนับสนุนของพวกเขา ราว 1.5 ล้านคน หลบหนีไปไต้หวันในปี 2492 เจียงสถาปนาระบอกเผด็จการที่ปกครองไต้หวันจนถึงทศวรรษ 1980 หลังจากการเสียชีวิตของเขา ไต้หวันเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยและจัดการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 1996
ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและจีน
ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อไต้หวันผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการเยือนและการลงทุนในจีน จีนเสนอทางเลือกที่เรียกว่า "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ซึ่งระบุว่าจะช่วยให้ไต้หวันมีเอกราชได้อย่างมาก หากตกลงที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของปักกิ่ง
ระบบนี้เป็นรากฐานของการคืนสู่จีนของฮ่องกงในปี 1997 ไต้หวันปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ส่งผลให้ปักกิ่งยืนกรานว่ารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนของไต้หวันผิดกฎหมาย แต่ตัวแทนอย่างไม่เป็นทางการจากจีนและไต้หวันยังคงมีการเจรจาอย่างจำกัด
ปี 2000 ไต้หวันเลือก "เฉิน สุ่ยเปียน" เป็นประธานาธิบดี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนเป็นอย่างมาก เพราะนายเฉินและพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) สนับสนุน "ความเป็นอิสระ" อย่างเปิดเผย เเละได้ประกาศลดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนลงในปี 2008 และเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกภายนอกมากขึ้น
ปี 2018 จีนเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทต่างชาติ หากไม่ระบุข้อมูลลงไปว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนบนเว็บไซต์ จะปิดกั้นไม่ให้ไปทำธุรกิจในประเทศจีน
ในปี 2020 ไช่ อิงเหวิน ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบได้บั่นทอนลง จีนยังตัดการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการกับไต้หวันหลังจากที่นางไช่เข้ารับตำแหน่ง โดยกล่าวว่าเป็นเพราะปฏิเสธที่จะรับรองแนวคิดเรื่องชาติจีนเดียว เเต่ไช่ อิงเหวิน ไม่เคยบอกว่าจะประกาศเอกราชของไต้หวันอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าไต้หวันเป็นอิสระอยู่แล้ว
ระยะเวลาของ ไช่ อิงเหวิน ใกล้เคียงกับ สี จิ้นผิง ซึ่งคำกล่าวอ้างของจีนเริ่มก้าวร้าวมากขึ้น โดยย้ำข้อความที่ว่าจีนจะ "รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน" กับไต้หวันอย่างแน่นอน และได้กำหนดให้ปี 2049 เป็นเป้าหมายในการบรรลุความฝันของจีน
เทียบแสนยานุภาพทางทหารระหว่างจีนกับไต้หวัน ปี 2024
ทหารประจำการ
- จีน 2,035,000 นาย
- ไต้หวัน 215,000 นาย
กองกำลังสำรอง
- จีน 510,000 นาย
- ไต้หวัน 2,310,000 นาย
เครื่องบิน
- จีน 3,304 ลำ
- ไต้หวัน 750 ลำ
เครื่องบินขับไล่
- จีน 1,207 ลำ
- ไต้หวัน 286 ลำ
เครื่องบินลำเลียง
- จีน 286 ลำ
- ไต้หวัน 19 ลำ
เฮลิคอปเตอร์
- จีน 913 ลำ
- ไต้หวัน 236 ลำ
เฮลิคอปเตอร์โจมตี
- จีน 281 ลำ
- ไต้หวัน 91 ลำ
เรือรบทุกชนิด
- จีน 730 ลำ
- ไต้หวัน 93 ลำ
เรือบรรทุกเครื่องบิน
- จีน 2 ลำ
- ไต้หวัน ไม่มี
เรือดำน้ำ
- จีน 61 ลำ
- ไต้หวัน 4 ลำ
เรือพิฆาต
- จีน 49 ลำ
- ไต้หวัน 4 ลำ
รถถัง
- จีน 5,000 คัน
- ไต้หวัน รถถัง 1,110 คัน
ยานเกราะ
- จีน 174,300 คัน
- ไต้หวัน 3,472 คัน
ปืนใหญ่อัตตาจร (self-propelled artillery)
- จีน 3,850 กระบอก
- ไต้หวัน 300 กระบอก
ฐานยิงจรวดเคลื่อนที่ (mobile rocket projectors)
- จีน 3,180 ฐานยิง
- ไต้หวัน 223 ฐานยิง
ที่มา







